คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1105/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเมาสุราแล้วขับรถของนายจ้าง แม้จะฝ่าฝืนระเบียบของนายจ้าง แต่หากไม่ได้เป็นกรณีร้ายแรงตามที่ระเบียบกำหนดไว้ ก็ไม่ถือเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรงจนนายจ้างเลิกจ้างได้
ย่อคำพิพากษา
การที่ลูกจ้างเมาสุราขับรถยนต์ของนายจ้างชนรถของผู้อื่นทำให้รถของนายจ้างเสียหายเล็กน้อยนั้น แม้นายจ้างจะมีระเบียบว่าดื่มสุราแล้วเมาอาละวาดอาจมีโทษถึงถูกไล่ออกก็ตาม แต่การเมาสุราแล้วขับรถ มิใช่เมาสุราอาละวาดการกระทำของลูกจ้างจึงเป็นเพียงฝ่าฝืนระเบียบที่ห้ามลูกจ้างขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้นซึ่งมิได้กำหนดไว้ว่ามีโทษสถานใดแสดงว่ามิได้ประสงค์ให้เป็นกรณีที่ร้ายแรงเสมอไป จึงต้องย่อมแล้วแต่พฤติการณ์เป็นเรื่องๆ ไป และเมื่อไม่ได้ความว่าลูกจ้างเมามากจนไม่สามารถขับรถได้ทั้งยังได้ขับอยู่ภายในบริเวณโรงงานในตอนดึก โอกาสที่จะเกิดความเสียหายมีน้อย ประกอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่มากจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างในกรณีร้ายแรง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำแล้วได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้ทำผิดข้อบังคับอันเป็นการร้ายแรง โจทก์เพียงแต่ขับรถยนต์ของจำเลยซึ่งจอดอยู่กลางถนนเพื่อเข้าจอดให้เรียบร้อย แต่ได้ขับไปเบียดรถจักรยานจำเลยจึงหาเหตุเลิกจ้างโจทก์ทันทีโดยไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ได้กระทำผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรงเมาสุราและลักลอบขับรถกระบะของจำเลยไปใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วขับรถของจำเลยไปชนรถของคนงาน รถของจำเลยเสียหาย จำเลยจึงเลิกจ้างและไม่ได้จ่ายค่าชดเชย
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การกระทำของโจทก์เป็นการผิดระเบียบข้อบังคับของจำเลยไม่เป็นการร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นการไม่ชอบ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยมีระเบียบว่าถ้าลูกจ้างดื่มสุราแล้วเมาอาละวาดอาจมีโทษถึงถูกไล่ออก แต่การเมาสุราแล้วขับรถมิใช่เมาสุราอาละวาดจะปรับเป็นกรณีดื่มสุราแล้วเมาอาละวาดมิได้ การกระทำของโจทก์เป็นเพียงฝ่าฝืนระเบียบที่ห้ามลูกจ้างทำการขับรถของจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีนี้ระเบียบของจำเลยมิได้กำหนดไว้ว่าการฝ่าฝืนมีโทษสถานใด แสดงว่ามิได้ประสงค์ให้เป็นกรณีที่ร้ายแรงเสมอไป จึงย่อมแล้วแต่พฤติการณ์เป็นเรื่อง ๆ ไป กรณีแห่งคดีนี้แม้โจทก์ขับรถทั้งที่เมาสุรา และได้ขับไปชนรถจักรยานของผู้อื่นเป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยเสียหาย แต่ไม่ได้ความว่าโจทก์เมามากจนอยู่ในสภาพไม่สามารถขับรถได้ ทั้งยังได้ขับอยู่ภายในบริเวณโรงงานของจำเลยในเวลากลางคืนตอนดึก โอกาสที่จะเกิดความเสียหายมีน้อย ประกอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่มาก จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างในกรณีที่ร้ายแรง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1105/2524
นายมนู จันทร์งาม โจทก์
บริษัทเจริญสวัสดิ์ใยเทียมยืด จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมนู จันทร์งาม · จำเลย - บริษัทเจริญสวัสดิ์ใยเทียมยืด จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา