⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 1207-1209/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207-1209/2524

ป.พ.พ. ม.224 · พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ ม.52

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างมีหน้าที่ชำระค่าชดเชยให้ลูกจ้างทันทีเมื่อเลิกจ้าง หากนายจ้างผิดนัด ลูกจ้างมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัด โดยไม่จำต้องมีคำขอในฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ตามข้อ 46 ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน แก้ไขฉบับที่ 2 และฉบับที่ 6 นายจ้างมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ค่าชดเชยให้ลูกจ้างทันที โดยลูกจ้างไม่ต้องทวงถาม เมื่อนายจ้างไม่ชำระย่อมตกเป็นฝ่ายผิดนัด และลูกจ้างเสียหายอยู่ในตัว แม้กฎหมายว่าด้วยแรงงานมิได้บัญญัติถึงเรื่องดอกเบี้ยไว้ก็นำหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 224 ที่ให้ลูกหนี้รับผิดเสียดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดมาบังคับได้ ตามคำฟ้องมิได้มีคำขอบังคับให้จำเลยรับผิดใช้ดอกเบี้ยไว้ ทั้งคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางก็มิได้อ้างเหตุผลความเป็นธรรมตามที่เห็นควรประการใด การที่พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าดอกเบี้ยในค่าชดเชยด้วยจึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522มาตรา 52

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ.2522 ม.52 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.52

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทุกสำนวนพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินค่าชดเชยของโจทก์แต่ละสำนวนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาประการสุดท้ายเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ยในค่าชดเชยที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเพราะโจทก์ไม่เสียหายและไม่ได้ทวงถาม ทั้งกฎหมายว่าด้วยแรงงานไม่มีบทบัญญัติเรื่องดอกเบี้ยไว้ หากโจทก์มีสิทธิเรียกได้ก็นับแต่วันศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ไม่ใช่นับแต่วันเลิกจ้างนั้น เห็นว่าตามข้อ 46ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2517 ข้อ 1 และ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31กรกฎาคม 2521 ข้อ 2 จำเลยผู้เป็นนายจ้างมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ค่าชดเชยให้แก่โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างในวันที่เลิกจ้างทันทีโดยโจทก์ไม่ต้องทวงถาม เมื่อจำเลยไม่ชำระย่อมตกเป็นฝ่ายผิดนัดและโจทก์เสียหายอยู่ในตัวหนี้ค่าชดเชยเป็นหนี้เงิน แม้กฎหมายว่าด้วยแรงงานจะมิได้บัญญัติถึงเรื่องดอกเบี้ยไว้ ก็นำหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ที่ให้ลูกหนี้รับผิดเสียดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดมาบังคับได้ คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์สำนวนแรกพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาเลยไปถึงให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยในค่าชดเชยแก่โจทก์สำนวนที่สองและที่สามด้วยนั้น เห็นว่าตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนนี้มิได้มีคำขอบังคับให้จำเลยรับผิดใช้ค่าดอกเบี้ยไว้ ทั้งคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางก็มิได้อ้างเหตุผลความเป็นธรรมตามที่เห็นควรประการใด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าดอกเบี้ยในค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองสำนวนหลัง จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยในส่วนนี้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยในค่าชดเชยแก่โจทก์สำนวนที่สองและที่สาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207 - 1209/2524 นายบุญชู ลาภทวี โจทก์ การท่าเรือแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญชู ลาภทวี · จำเลย - การท่าเรือแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒน์ ผดุงจิตร · ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2524ฎีกา 1912/2540ฎีกา 2074/2545ฎีกา 2894/2532ฎีกา 10166/2539ฎีกา 7174/2542ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 13922/2558ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 4623/2540ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1221/2549ฎีกา 4225/2529ฎีกา 2843/2546ฎีกา 2384/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3295/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 5887/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา