⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3365/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ที่ลูกหนี้ก่อขึ้นภายหลังที่เจ้าหนี้ได้รู้ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ธนาคารเจ้าหนี้ให้ลูกหนี้ (จำเลย) ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไปในขณะที่ลูกหนี้ยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมให้แก่ธนาคารเจ้าหนี้และลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ แม้ธนาคารเจ้าหนี้จะเชื่อถือหลักประกันของลูกหนี้ก็เป็นที่เห็นได้ว่าลำพังเฉพาะตัวของลูกหนี้ไม่อยู่ในฐานะที่จะชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินเกินบัญชีให้แก่ธนาคารเจ้าหนี้ได้ หนี้รายนี้จึงเป็นหนี้ที่ธนาคารเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อธนาคารเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ธนาคาร เจ้าหนี้จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้รายนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา94(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย ศาลชั้นต้นสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด ธนาคารมหานคร จำกัด เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและตามหนังสือรับสภาพหนี้ รวมเป็นเงิน 784,728 บาท 23 สตางค์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีความเห็นว่า หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ เป็นหนี้ซึ่งเดิมเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้เป็นโจทก์ฟ้องบริษัทบางกอกอุตสาหกรรมจำกัด และลูกหนี้เป็นจำเลยร่วมกัน ให้รับผิดตามสัญญากู้และค้ำประกัน และศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ให้บริษัทบางกอกอุตสาหกรรมจำกัด และลูกหนี้ร่วมกันรับผิด ใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ ภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันทำยอม ตามสำนวนคดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 4101/2508 นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาตามยอม ถึงวันยื่นขอรับชำระหนี้คือวันที่ 13 ธันวาคม 2522 เป็นเวลาเกิน 10 ปี เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ไม่มีสิทธิบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271 การที่ลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิขึ้นใหม่ ส่วนหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้รายนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 94(1)(2)ควรยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์ขอให้ได้รับชำระหนี้เฉพาะจากหนี้สินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาที่ว่า หนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีรายนี้เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ว่า ก่อนที่จำเลยหรือลูกหนี้จะได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีรายนี้กับธนาคารเจ้าหนี้ จำเลยหรือลูกหนี้ได้ทำสัญญาค้ำประกัน การชำระหนี้ของบริษัทบางกอกอุตสาหกรรม จำกัดซึ่งกู้ยืมเงินจำนวน 690,640 บาท 03 สตางค์ ไปจากธนาคารเจ้าหนี้โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาบริษัทบางกอกอุตสาหกรรม จำกัดผู้กู้ผิดสัญญา ธนาคารเจ้าหนี้ได้เป็นโจทก์ฟ้องบริษัทบางกอกอุตสาหกรรมจำกัด และลูกหนี้เป็นจำเลยร่วมกันให้รับผิดตามสัญญากู้และค้ำประกันต่อศาลแพ่งแล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเมื่อวันที่ 19พฤศจิกายน 2508 โดยบริษัทบางกอกอุตสาหกรรม จำกัด และลูกหนี้ยอมร่วมกันรับผิดชดใช้เงินจำนวน 690,640 บาท 03 สตางค์ให้แก่ธนาคารเจ้าหนี้ ภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันทำยอม และศาลแพ่งได้พิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้วตามสำนวนคดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 4101/2508 และได้ความจากนายอนันต์ จิระนภากุลวัฒน์ พนักงานของธนาคารเจ้าหนี้ ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า เมื่อครบกำหนดตามยอม บริษัทบางกอกอุตสาหกรรม จำกัด และลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ธนาคารเจ้าหนี้ได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีปรากฏว่าบริษัทบางกอกอุตสาหกรรม จำกัด ถูกฟ้องคดีล้มละลาย ส่วนลูกหนี้ได้หลบหนีไปและไม่มีทรัพย์สินที่จะให้บังคับคดี การที่จำเลยหรือลูกหนี้ได้หลบหนีไปเสียจากเคหะสถานที่เคยอยู่ หรือไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้นั้น ย่อมเป็นเหตุให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวดังที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 8 กรณีมิใช่เป็นเรื่องตั้งข้อสันนิษฐานโดยไม่มีกฎหมายรับรองดังที่ธนาคารเจ้าหนี้กล่าวอ้าง การที่ธนาคารเจ้าหนี้ให้จำเลยหรือลูกหนี้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีรายนี้ ทั้ง ๆ ที่ขณะนั้นลูกหนี้ยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าวให้แก่ธนาคารเจ้าหนี้และลูกหนี้ก็ไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ แม้ธนาคารเจ้าหนี้จะเชื่อถือในหลักประกันของลูกหนี้คือบุคคลผู้ค้ำประกันและโฉนดที่ดินที่ผู้ค้ำประกันนำมาให้ธนาคารเจ้าหนี้ยึดถือไว้ ก็เป็นที่เห็นได้ว่าลำพังเฉพาะตัวของลูกหนี้ไม่อยู่ในฐานะที่จะชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีให้แก่ธนาคารเจ้าหนี้ได้ หนี้รายนี้จึงเป็นหนี้ที่ธนาคารเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อธนาคารเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ธนาคารเจ้าหนี้จึงไม่อาจขอรับชำระหนี้รายนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 94(2) ศาลล่างทั้งสองสั่งและพิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2524 กรมสรรพากร โจทก์ พันตรีชลอ มีชูอรรถ จำเลย ผู้ขอรับชำระหนี้ จำเลย ธนาคารมหานคร จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - พันตรีชลอ มีชูอรรถ · จำเลย - ผู้ขอรับชำระหนี้ · จำเลย - ธนาคารมหานคร จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1506/2542ฎีกา 4642/2540ฎีกา 1252/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 865/2510ฎีกา 2634/2534ฎีกา 374/2534ฎีกา 4851/2545ฎีกา 997/2510ฎีกา 1679/2551ฎีกา 1890/2537ฎีกา 2649/2522ฎีกา 6555/2542ฎีกา 8853/2550ฎีกา 5303/2533ฎีกา 1282-1288/2502ฎีกา 6052/2531ฎีกา 2006/2528ฎีกา 6066/2539ฎีกา 1064/2522ฎีกา 4799/2539ฎีกา 581/2544ฎีกา 3514/2551ฎีกา 5442/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา