คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3565/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลหนี้ที่เกิดจากการออกเช็คและมอบให้แก่ผู้รับเช็คก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ย่อมเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนการล้มละลาย แม้เช็คจะถึงกำหนดชำระหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ในการเล่นแชร์ที่ลูกหนี้เป็นเจ้ามือ ลูกหนี้ได้มอบเช็คให้ ซ. ผู้ร่วมเล่นหลายฉบับ ซ. สลักหลังเช็คนำไปแลกเงินสดจากผู้ขอรับชำระหนี้ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อเป็นเช็คลงวันสั่งจ่ายล่วงหน้าต้องถือว่ามูลแห่งหนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ออกเช็คและมอบให้ ซ. ไป วันสั่งจ่ายที่ลงในเช็คเป็นเพียงวันถึงกำหนดชำระหนี้ลูกหนี้ออกเช็ค และมอบให้ ซ. เมื่อ พ.ศ. 2521 และ ซ. นำไปแลกเงินสดในปีเดียวกันลูกหนี้เพิ่งถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อ พ.ศ. 2522แม้เช็คจะถึงกำหนดสั่งจ่ายหลังจากศาลมีคำสั่งดังกล่าว ก็ไม่ทำให้มูลแห่งหนี้ซึ่งเกิดขึ้นก่อนกลับกลายเป็นเกิดขึ้นภายหลังศาลอนุญาตให้ผู้ขอรับชำระหนี้ได้รับชำระหนี้ตามเช็คดังกล่าวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ตามอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานจนเสร็จสิ้นกระแสความ แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ในประเด็นอื่น จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาในชั้นนี้ข้อเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนั้นหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติตามโครงการพัฒนาท้องถิ่นและช่วยประชาชนในชนบทให้มีการทำนาในฤดูแล้ง พ.ศ. 2521 เงินอุดหนุนโครงการดังกล่าว ซึ่งเรียกโดยย่อว่า เงินอุดหนุน ปชส. อันเป็นมูลกรณีพิพาทคดีนี้เป็นเงินที่กรมบัญชีกลางจัดสรรให้จังหวัดโจทก์ เพื่อใช้จ่ายตามโครงการของคณะกรรมการ ปชลก. บ้านกระทุ่มที่ได้รับอนุมัติ ดังนั้นเงินดังกล่าวจึงอยู่ในความควบคุมดูแลรับผิดชอบของโจทก์เพื่อให้การใช้จ่ายเงินให้เป็นไปโดยถูกต้องเป็นประโยชน์แก่จังหวัดโจทก์ หากการเบิกจ่ายเงินมีการผิดระเบียบและมีการยักยอกเงินไป โจทก์ย่อมได้รับความเสียหาย จึงมีอำนาจฟ้อง สำหรับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 27/2521 ของศาลชั้นต้นเดียวกัน และถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลชั้นต้นอาศัยเป็นเหตุยกฟ้องคดีนี้ เป็นเรื่องนายวินัย ธีระพันธ์ เป็นโจทก์ ฟ้องโจทก์คดีนี้กับพวกเป็นจำเลย โดยเฉพาะโจทก์ถูกฟ้องให้รับผิดในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ในคดีนี้ที่ปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้มีการยักยอกเงินอุดหนุน ปชล. ไปทำให้นายวินัยไม่ได้รับชำระหนี้ที่คณะกรรมการ ปชลก. บ้านกระทุ่ม สั่งซื้อวัสดุจากนายวินัยไปใช้ในการก่อสร้างตามโครงการ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของนายวินัยสำหรับโจทก์คดีนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ จะถือเป็นเหตุว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องมาได้ไม่ การที่จำเลยจะต้องรับผิดตามฟ้องหรือไม่เพียงใดต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากการนำสืบของทั้งสองฝ่าย การงดสืบพยานจึงไม่ถูกต้อง"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3565/2525
นายอี้จั้ว แซ่โล้ว โจทก์
นายอวยพร พลขันธ์ จำเลย
ผู้ขอรับชำระหนี้ จำเลย
พันเอกบัญญัติ อินทร์วร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอี้จั้ว แซ่โล้ว · จำเลย - นายอวยพร พลขันธ์ · จำเลย - ผู้ขอรับชำระหนี้ · จำเลย - พันเอกบัญญัติ อินทร์วร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ชัยวัฒน์ ชมพูนุท |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา