⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2209/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2209/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมูลหนี้ตามเช็คระงับไปแล้ว การที่ผู้ทรงเช็ค (โจทก์) นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ย่อมไม่ถือว่าผู้สั่งจ่ายเช็ค (จำเลย) มีความผิดฐานออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงโดยเจตนาทุจริต

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขายรถแทรกเตอร์ให้แก่จำเลย โดยจำเลยออกเช็คล่วงหน้าชำระหนี้ค่ารถให้โจทก์ไว้ 4 ฉบับ โจทก์นำเช็คสองฉบับแรกไปขึ้นเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากจำเลยมีคำสั่งให้ระงับการจ่าย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในวันที่ 11 พฤษภาคม2524 โจทก์มีหนังสือผ่อนผันแก่จำเลยอีก 4 วัน ในวันเดียวกันนั้นจำเลยได้นำรถแทรกเตอร์มาคืนโจทก์แล้วสั่งธนาคารให้ระงับการจ่ายเงินตามเช็ค เนื่องจากโจทก์ซ่อมและนำรถแทรกเตอร์ให้ไม่ได้ดังที่สัญญาไว้และจำเลยคืนรถแทรกเตอร์ให้โจทก์ไปแล้ว โจทก์ได้นำเช็คไปขึ้นเงินและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 13 เดือนเดียวกันเช่นนี้ หนี้ที่จำเลยจะต้องชำระราคาค่ารถแทรกเตอร์ ตามที่ระบุจำนวนไว้ในเช็คจึงระงับไปแล้ว มูลหนี้ตามเช็คย่อมไม่มี การที่จำเลยห้ามมิให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คจึงมิใช่เป็นการห้ามโดยเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สั่งจ่ายเช็ค ๔ ฉบับ จำนวนเงินฉบับละ ๗๑,๒๕๐ บาทให้โจทก์เป็นค่าซื้อรถแทรกเตอร์ เมื่อถึงกำหนดตามวันในเช็ค โจทก์นำเช็ค ๒ ฉบับแรกไปขึ้นเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า จำเลยมีคำสั่งให้งดการจ่ายเงิน โดยจำเลยมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ รวมสองกระทง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยมีใจความว่า โจทก์ยอมผ่อนผันให้จำเลยอีกเพียงครั้งเดียว ถ้าเกินวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จำเลยไม่ได้เงินมาสำรองให้โจทก์ก่อน ก็ให้จำเลยขับรถ (แทรกเตอร์) ไปให้โจทก์ในวันที่ ๑๕ และถ้าหากวันที่ ๑๕ โจทก์ไม่เห็นทั้งเงินหรือรถแล้วโจทก์ก็จำเป็นจะต้องมานำรถไปเองพร้อมทั้งเรียกร้องค่าเสียหาย คือเช็ค ๒ ใบแรก (เช็คพิพาท) ส่วนเช็ค ๒ ใบหลังโจทก์ไม่ติดใจ และ มีหมายเหตุ (ป.ล.) ท้ายหนังสือว่า ถ้าจะคืนรถให้โจทก์จะต้องชำระตามราคาเช็คที่จ่ายไว้ ๒ ใบ ไม่ใช่ ๗๐,๐๐๐ บาท ไม่คุ้มค่าสึกหรอ ในวันเดียวกันนั้นจำเลยได้มีคำสั่งถึงธนาคารตามเช็คให้ระงับการจ่ายเงินตามเช็คเนื่องจากโจทก์ซ่อมและทำรถ (แทรกเตอร์) ให้ไม่ได้ดังที่สัญญาและจำเลยได้คืนรถให้โจทก์ไปแล้ว ซึ่งฟังได้ว่าจำเลยนำรถมาคืนโจทก์ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เมื่อเป็นเช่นนี้ หนี้ที่จำเลยจะต้องชำระราคาซื้อรถแทรกเตอร์ตามที่ระบุจำนวนไว้ในเช็คทั้ง ๔ ฉบับจึงระงับไป มูลหนี้ตามเช็คย่อมไม่มี แต่ปรากฏตามหนังสือดังกล่าวว่า โจทก์ยังคงจะถือเอาเช็ค ๒ ใบแรกเป็นการชำระค่าสึกหรอของรถแทรกเตอร์ซึ่งยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้นั้นได้ ฉะนั้นการที่จำเลยห้ามมิให้ธนาคารใช้เงินตามเช็คพิพาทนั้น จึงไม่ใช่เป็นการห้ามโอนโดยเจตนาทุจริต พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2209/2526 นายองอาจ บุญโปร่ง โจทก์ นายนพดล พลสงคราม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายองอาจ บุญโปร่ง · จำเลย - นายนพดล พลสงคราม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมา รัตนมาลัย · อุดม บรรลือสินธุ์ · พูน จักรเสน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา