⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2649/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนต้องคำนึงถึงความเสี่ยงภัยจากการทำงานตามประเภทกิจการ โดยใช้อัตราเงินสมทบกลางตามที่กฎหมายกำหนดเป็นฐานในการคำนวณการลดหรือเพิ่มอัตราเงินสมทบ

ย่อคำพิพากษา

การที่นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนกฎหมายได้คำนึงถึงลักษณะและประเภทกิจการของนายจ้างว่าลูกจ้างมีการเสี่ยงภัยที่จะได้รับอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างมากน้อยเพียงใด จึงได้กำหนดรหัสประเภทของกิจการนั้นไว้ว่าจะต้องจ่ายเงินสมทบในอัตราร้อยละเท่าใดของค่าจ้างไว้ อันเป็นการกำหนดอัตราเงินสมทบกลางไว้เป็นหลักตามสมควรแก่กิจการนั้น ๆไว้เป็นการทั่วไปเสียก่อน ถ้าอัตราการสูญเสียลดลงกฎหมายจะลดอัตราเงินสมทบให้ และอัตราเงินสมทบจะเพิ่มขึ้นเมื่ออัตราส่วนการสูญเสียสูงขึ้น ดังนั้นการลดหรือเพิ่มจึงต้องคำนวณโดยถืออัตราเงินสมทบกลางหรืออัตราเงินสมทบหลักตามที่ตารางที่ 1กำหนดไว้เป็นฐานคำนวณ มิใช่ถือเอาอัตราลด/เพิ่ม ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเป็นฐานคำนวณ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีการเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2516 ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีการเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2516 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ประกอบกิจการก่อสร้างตามหมวด ๑๓๐๐ รหัส ๑๓๐๑ต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนร้อยละ ๓ ซึ่งโจทก์ได้จ่ายให้แก่สำนักงานแรงงานจังหวัดนนทบุรีตลอดมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ กองทุนเงินทดแทน สำนักงานแรงงานจังหวัดนนทบุรีได้ลดอัตราเงินสมทบให้โจทก์จ่ายร้อยละ๑.๕ ของค่าจ้าง ต่อมาเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๒๖ กองทุนเงินทดแทน สำนักงานแรงงานจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งแจ้งให้โจทก์จ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๖ ของค่าจ้างซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการเพิ่มหรือลดเงินสมทบจะต้องนำอัตราเงินสมทบเดิมที่เคยเสียมาเป็นฐานคำนวณซึ่งโจทก์ต้องจ่ายเงินสมทบเพียงอัตราร้อยละ ๓ เท่านั้น โจทก์จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนวินิจฉัยว่าคำสั่งของกองทุนเงินทดแทน สำนักงานแรงงานจังหวัดนนทบุรีชอบแล้ว ขอให้พิพากษาให้โจทก์จ่ายเงินสมทบในอัตราร้อยละ ๓ และบังคับให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ชำระเกินไปแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เนื่องจากอัตราส่วนการสูญเสียของโจทก์สูงขึ้นโจทก์จึงต้องเพิ่มอัตราเงินสมทบอีกร้อยละ ๑๐๐ โดยคำนวณจากอัตราเงินสมทบหลักคืออัตราร้อยละ ๓ ตามตารางที่ ๑ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์มิใช่เพิ่มจากร้อยละ ๑.๕ ดังที่โจทก์ฟ้อง คำสั่งของกองทุนเงินทดแทนสำนักงานแรงงานจังหวัดนนทบุรีและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าการเพิ่มอัตราเงินสมทบร้อยละ ๑๐๐ ของอัตราเงินสมทบตามที่ตารางที่ ๒ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทน และการอุทธรณ์ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๑๖ กำหนดไว้จะเพิ่มจากอัตราเงินสมทบตามตารางที่ ๑หรือเพิ่มจากเงินสมทบอัตราร้อยละ ๑.๕ ที่โจทก์จ่ายจริงนั้น พิเคราะห์ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๑๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศดังกล่าว ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ ข้อ ๒, ๓ ตารางที่ ๑ และตารางที่ ๒ ท้ายประกาศดังกล่าวแล้ว เห็นได้ว่าการที่นายจ้างต้องจ่ายสมทบนั้นกฎหมายได้คำนึงลักษณะและประเภทกิจการของนายจ้างว่าลูกจ้างมีการเสี่ยงภัยที่จะได้รับอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างมากน้อยเพียงใดจึงได้กำหนดรหัสประเภทของกิจการนั้น ๆ ไว้ว่าจะต้องจ่ายเงินสมทบในอัตราร้อยละเท่าใดของค่าจ้างไว้ อันเป็นการกำหนดอัตราเงินสมทบกลางไว้เป็นหลักตามสมควรแก่กิจการนั้น ๆ ไว้เป็นการทั่วไปเสียก่อน แต่ถ้าอัตราการสูญเสียลดลงกฎหมายจะลดอัตราเงินสมทบให้ และอัตราเงินสมทบจะเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราส่วนการสูญเสียสูงขึ้น ดังนั้น การลดหรือเพิ่มจึงต้องคำนวณโดยถือเอาอัตราเงินสมทบกลางหรืออัตราเงินสมทบหลักเป็นฐานคำนวณ มิใช่ถือเอาอัตราลด/เพิ่ม ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเป็นฐานคำนวณ ความทั้งสิ้นที่กล่าวมาจะเห็นได้ชัดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๓ ที่ว่า "......ให้จ่ายเงินสมทบตามตารางที่ ๑ ในปีถัดไปลดหรือเพิ่มอัตราเงินสมทบตามอัตราส่วนการสูญเสียของนายจ้าง......." ทั้งนี้โดยให้ถือ ".... ตามตารางที่ ๒ ท้ายประกาศนี้ ....." เป็นหลักเกณฑ์ประกอบการจ่าย ดังนั้นอัตราเงินสมทบที่นายจ้างจะต้องจ่ายลดหรือเพิ่มจึงต้องเป็นอัตราตามที่ตารางที่ ๑ กำหนดไว้เท่านั้น จะเป็นอัตราอื่นใดหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2526 ห้างหุ้นส่วนจำกัดสี่แสงโยธาการ โจทก์ กรมแรงงาน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสี่แสงโยธาการ · จำเลย - กรมแรงงาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิทูรย์ สุทธิประภา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา