⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1426-1430/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1426-1430/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจ้างที่ขยายเวลาการจ้างสืบต่อกันมาไม่ขาดสาย ถือเป็นการจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน

ย่อคำพิพากษา

เมื่อเริ่มจ้างโจทก์จำเลยมีคำสั่งจ้างความว่า จะเลิกจ้างก่อนครบกำหนดระยะเวลาก็ได้ จะจ้างต่อก็ได้ คำสั่งจ้างต่อมาก็มีข้อความเป็นการจ้างที่ไม่กำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนอยู่เช่นเดิม ครั้นถึงการจ้างงวดสุดท้ายจำเลยกำหนดเวลาการจ้างไว้ และไม่มีข้อความดังคำสั่งฉบับก่อนๆดังนี้ การที่จำเลยจ้างโจทก์ตั้งแต่แรกจนถึงครั้งสุดท้ายจึงเป็นการจ้างที่ขยายเวลาการจ้างสืบต่อกันมาไม่ขาดสายถือไม่ได้ว่าเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งห้าเข้าทำงาน ลักษณะที่ทำเป็นงานประจำแต่จำเลยทำสัญญาจ้างเรียกโจทก์ทุกคนเป็นลูกจ้างชั่วคราวมีสัญญาจ้างครั้งละ 2 เดือนขึ้นไปโดยต่อสัญญาให้ตลอดมา ถือได้ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำต่อมาจำเลยจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ทุกสำนวนเป็นลูกจ้างชั่วคราวของจำเลยตามใบสมัครสอบคัดเลือกมีข้อความว่า รับเข้าทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว 6 เดือน หากครบ 6 เดือนแล้วไม่จ้างต่อถือว่าเลิกจ้างโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องให้ค่าชดเชยแต่ต่อมาจำเลยได้จ้างโจทก์ทุกคนติดต่อกันหลายคราวโดยไม่ได้เลิกจ้างโดยระบุว่าเป็นการชั่วคราวและมีกำหนดระยะเวลาแน่นอน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามกำหนดระยะเวลานั้น ๆจึงเข้าข้อยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งห้าคนพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คำสั่งที่จำเลยเริ่มจ้างโจทก์มีข้อความว่า"หากครบกำหนดแล้วไม่จ้างต่อให้ถือว่าเลิกจ้าง หรือหากหมดความจำเป็น ก่อนครบกำหนดการจ้างให้เลิกจ้างได้" ก็มี ข้อความว่า "หากครบกำหนดแล้วไม่จ้างต่อให้ถือว่าเลิกจ้าง" ก็มี ล้วนแต่แสดงว่าเมื่อจำเลยเริ่มจ้างโจทก์จะเลิกจ้างก่อนครบกำหนดระยะเวลาก็ได้ จะจ้างต่อก็ได้ แม้คำสั่งจ้างฉบับต่อมาก็มีข้อความเป็นการจ้างที่ไม่กำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนอยู่เช่นเดิม ซึ่งในกรณีเช่นนี้เมื่อโจทก์ถูกเลิกจ้างโดยมิได้กระทำความผิดย่อมมีสิทธิได้รับค่าชดเชย ครั้นมาถึงการจ้างงวดสุดท้าย จำเลยกำหนดเวลาการจ้างไว้ 6 เดือน และ 2 เดือน ตามลำดับแต่ไม่มีข้อความว่า "หากครบกำหนดแล้วไม่จ้างต่อให้ถือว่าเลิกจ้าง หรือหากหมดความจำเป็นก่อนครบกำหนดการจ้าง ก็ให้เลิกจ้างได้" เพียงเท่านี้ จำเลยกลับจะแปลความตามคำสั่งดังกล่าวเป็นว่า สัญญาจ้างนั้นมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนแล้วเพื่อให้โจทก์เสียสิทธิรับค่าชดเชยยอันเคยมีอยู่ตามคำสั่งจ้างที่ติดต่อกันมาหลายฉบับเป็นการไม่ชอบด้วยเหตุผลและกฎหมาย ศาลฎีกาถือว่าสัญญาจ้างขยายเวลาการจ้างสืบต่อกันมาไม่ขาดสาย เริ่มต้นการจ้างโดยถือว่าไม่ได้กำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน การจ้างต่อมาก็เป็นทำนองเดียวกันโดยตลอด เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 1882/2526 นายทิพย์ ลิ้มน้ำคำ โจทก์ องค์การคลังสินค้า จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1426 - 1430/2527 นายชาญชัย ทาพา โจทก์ องค์การคลังสินค้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชาญชัย ทาพา · จำเลย - องค์การคลังสินค้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วรา ไวยหงษ์ · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา