คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2235/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเฉพาะวันมาทำงานเพื่อทดแทนค่าเดินทาง ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง มิใช่ค่าจ้าง จึงไม่สามารถนำมาคำนวณเป็นฐานในการจ่ายค่าชดเชยได้
ย่อคำพิพากษา
เงินค่ารถที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเฉพาะวันมาทำงานเท่านั้นเป็นเงินที่จ่ายทดแทนในการเดินทางที่ลูกจ้างได้จ่ายมิใช่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงาน จึงมิใช่เป็นค่าจ้างจะนำมาเป็นฐานในการคำนวณค่าชดเชยมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ไม่จ่ายค่าชดเชย และจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วน ไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวและค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยแถลงต่อสู้คดีว่าจำเลยเลิกจ้างเพราะงานหมด มีการตกลงจ่ายเงินค่าชดเชยและเงินอื่น ๆ ให้โจทก์ไปแล้ว โจทก์นำเงินค่ารถอันเป็นเงินสวัสดิการมาเป็นฐานคำนวณด้วย
ศาลแรงงานพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เงินค่ารถที่จำเลยจ่ายให้โจทก์นั้นจะจ่ายให้เฉพาะวันที่โจทก์มาทำงานเท่านั้น แสดงว่าเงินค่ารถดังกล่าวเป็นเงินที่จ่ายทดแทนในการเดินทางที่โจทก์ได้จ่ายไป ถือไม่ได้ว่าเป็นการจ่ายเงินเพื่อตอบแทนการทำงานของโจทก์ ค่ารถที่โจทก์ได้รับจึงมิใช่ค่าจ้างการที่มิได้นำค่ารถมาเป็นฐานในการคำนวณค่าชดเชยด้วยจึงชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2235/2528
นายเหม่น แซ่ลิ่ม กับพวก โจทก์
นายก้องเกียรติ วาทย์ธิรานนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหม่น แซ่ลิ่ม กับพวก · จำเลย - นายก้องเกียรติ วาทย์ธิรานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา