คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีตามคำพิพากษาให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ต้องดำเนินการตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้ในขณะบังคับคดี ไม่ใช่ให้เจ้าหนี้เป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนเองแล้วให้ลูกหนี้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่สาธารณะที่โจทก์มีหน้าที่ดูแลอยู่ ถ้าจำเลยไม่รื้อถอนขอให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยทั้งสองเสียค่าใช้จ่าย ปรากฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2527 ออกใช้บังคับ ซึ่งมาตรา 12 ให้เพิ่มเติมมาตรา 296 ทวิ กำหนดวิธีดำเนินการบังคับคดีโดยให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้น ดังนั้น โจทก์ชอบที่จะดำเนินการตามวิธีการดังกล่าวนี้ จะให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเองโดยให้ศาลบังคับให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหาได้ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินแปลงพิพาท เนื้อที่ ๑๔๔ ตารางวา เป็นที่สาธารณะอยู่ในความดูแลของโจทก์ จำเลยทั้งสองกับพวกบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านอาศัย โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองกับพวกรื้อถอนก็ไม่ยอมกระทำขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารและรื้อถอนทรัพย์สินออกจากที่พิพาทหากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอนขอให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยทั้งสองเสียค่าใช้จ่าย
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทและรื้อถอนบ้านเลขที่ ๘๐/๑ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ออกไปจากที่พิพาท หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อ ก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อ โดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสองพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์มีคำขอว่าหากจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างก็ขอให้โจทก์เป็นผู้รื้อโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายนั้น เนื่องจากระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่๑๐) พ.ศ. ๒๕๒๗ ออกใช้บังคับซึ่งมาตรา ๑๒ ให้เพิ่มเติมบทมาตรา ๒๙๖ ทวิ เป็นว่า'ในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกพิพากษาให้ขับไล่ หรือต้องออกไปหรือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์ที่ครอบครอง ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้จัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาครอบครองทรัพย์ดังกล่าว' ดังนั้น โจทก์ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไปได้ จะให้โจทก์รื้อถอนเอง โดยให้ศาลบังคับให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายหาได้ไม่
พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวาร คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2530
เทศบาลเมืองชัยนาท โจทก์
นายผ่อน อุบลสอาด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - เทศบาลเมืองชัยนาท · จำเลย - นายผ่อน อุบลสอาด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา