⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5353/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5353/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลมีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ ไม่ถือว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวอันจะถูกฟ้องให้ล้มละลายได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นหนี้ธนาคารโดยเบิกเงินเกินบัญชี เป็นเงิน 300,000 บาทเศษ แต่มีที่ดินจำนองเป็นประกัน 3 แปลง ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยเป็นหนี้ บุคคลอื่นอีก มูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีล้มละลาย เป็นกรณีเรียกเงินตามเช็ค ที่สั่งจ่ายล่วงหน้าตามที่ตกลงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งเช็คส่วนมากยังไม่ถึงกำหนด สำหรับเช็คบางฉบับที่ถึงกำหนดแล้ว เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คเป็นคดีอื่น จำเลยก็ยอมใช้จนครบนอกจากนี้จำเลยยังมีทรัพย์สินอยู่อีกหลายอย่างกับมีอาชีพจัดสรรที่ดินขายด้วย แสดงว่ามีฐานะมั่นคงพอที่จะชำระหนี้ได้ คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวอันโจทก์จะฟ้อง ให้ล้มละลายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๒๕ จำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ครบกำหนดชำระคืน วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๒๖ จำเลยไม่ชำระและทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมชำระเงิน ๑๑๐,๐๐๐ บาท และออกเช็คของจำเลยกับผู้อื่นมอบให้โจทก์เป็นเงิน ๖๙๐,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นจำเลยผิดสัญญาเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาจำเลยจึงยอมชำระหนี้ตามเช็คเป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยจงใจผิดสัญญาจึงเรียกให้ชำระเงินที่เหลือ ๕๔๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ยอมชำระ เมื่อทวงถามหลายครั้ง จำเลยแจ้งว่าไม่สามารถชำระหนี้ได้เพราะเป็นหนี้บุคคลอื่นอีกมาก จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวจึงฟ้องขอให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า จำเลยประกอบการค้าจัดสรรที่ดินเพื่อขายมีโรงงานทำอิฐด้วยเครื่องจักร ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ได้ความจากพยานโจทก์เพียงว่าจำเลยเป็นหนี้ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาอุบลราชธานีโดยเบิกเงินเกินบัญชี ๓๐๐,๐๐๐ บาทเศษเท่านั้น แต่มีที่ดินจำนองเป็นประกันอยู่ ๓ แปลงโดยธนาคารตีราคาที่ดินเพียง ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาที่แท้จริง ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเป็นหนี้บุคคลอื่นอีกมูลหนี้ที่โจทก์ฟ้อง เป็นกรณีเรียกเงินตามเช็คที่สั่งจ่ายล่วงหน้าตามที่ตกลงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งส่วนมากยังไม่ถึงกำหนดสั่งจ่าย ส่วนเช็คบางฉบับที่ถึงกำหนดแล้ว เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คเป็นคดีอื่น จำเลยยอมใช้จนครบไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะไม่สามารถชำระหนี้ทั้งหมดได้ นอกจากนี้จำเลยยังมีทรัพย์สินอีกหลายอย่าง เช่น ที่ดิน บ้านอยู่อาศัย โรงงานทำอิฐ ร้านขายเครื่องจักร เครื่องสีข้าวและยังมีอาชีพจัดสรรที่ดินขายด้วย แสดงว่ายังมีฐานะมั่นคงพอที่จะชำระหนี้ได้จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวอันโจทก์จะฟ้องให้ล้มละลายได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5353/2530 นายฮั้งเจียว แซ่ตั้ง โจทก์ นายประสาท บัวขจร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฮั้งเจียว แซ่ตั้ง · จำเลย - นายประสาท บัวขจร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ · ประชา บุญวนิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเกษม ควรเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 7249/2540ฎีกา 2660/2531ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2568/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4339/2534ฎีกา 2900/2543ฎีกา 1646/2519ฎีกา 2099/2532ฎีกา 2230/2544ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 8716/2550ฎีกา 3733/2531ฎีกา 761/2544ฎีกา 3556/2533ฎีกา 2384/2548ฎีกา 5035/2541ฎีกา 7248/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา