⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3210/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3210/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ตามคำพิพากษาที่ยังไม่ถึงที่สุดถือเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน และคู่ความต้องผูกพันในผลของคำพิพากษานั้นจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข

ย่อคำพิพากษา

แม้หนี้ตามฟ้องจะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยผลของคำพิพากษาซึ่งยังไม่ถึงที่สุด แต่คู่ความก็ต้องผูกพันในผลของคำพิพากษาจนกว่าคำพิพากษานั้นจะถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย หนี้ตามคำพิพากษานั้นจึงถือได้ว่าเป็นหนี้ซึ่งอาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนและเมื่อต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ได้เข้าไปในคดี กรณีจึงไม่มีเหตุที่ยังไม่สมควรให้จำเลยล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีหมายเลขแดงที่ 9491/2527 เป็นเงิน 2,399,567.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนายความ 10,000 บาท โดยจำเลยทราบคำบังคับของศาลแล้ว ไม่สามารถชำระหนี้แก่โจทก์และไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะยึดมาชำระหนี้ได้ ประกอบกับจำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์คดีดังกล่าวอย่างคนอนาถาโดยแจ้งว่าจำเลยเป็นคนยากจน ไม่มีเงินและทรัพย์สินใดที่จะจำหน่ายเอาเสียค่าธรรมเนียมศาล นอกจากนี้จำเลยจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินไปให้พ้นอำนาจศาลโดยไม่สุจริต ถือได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลายจำเลยให้การว่า หนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวยังไม่แน่นอน เพราะมีข้อโต้แย้งกันอยู่ในเรื่องยอดหนี้ จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว จำเลยมิได้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินให้พ้นอำนาจศาลโดยไม่สุจริต คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ศาลสูงอาจมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ได้ จำเลยไม่มีหนี้สินอื่นอีกขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีฟังยุติได้ว่า ศาลแพ่งได้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 2,399,567.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนายความ 10,000 บาท ตามคดีหมายเลขแดงที่ 9491/2527 คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ให้จำเลยล้มละลาย คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยว่า โจทก์จะฟ้องให้จำเลยล้มละลายได้หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า หนี้ตามที่โจทก์ฟ้องเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน พิเคราะห์แล้วเห็นว่า หนี้ตามที่โจทก์ฟ้องนั้นเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยผลของคำพิพากษา แม้ว่าคำพิพากษาในคดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดโดยอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์(ขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้) แต่คู่ความยังต้องผูกพันในผลของคำพิพากษาจนกว่าคำพิพากษานั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับหรืองดเสียในที่สุด หนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นหนี้ซึ่งอาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนแล้ว ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีดังกล่าวต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่ได้เข้าไปในคดี กรณีจึงไม่มีเหตุที่ยังไม่สมควรให้ลูกหนี้ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3210/2532 นาย เคอติลาล มานิลาล เมห์ ตา กับพวก โจทก์ นาย อม รศักดิ์ อัศวจินดามณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เคอติลาล มานิลาล เมห์ ตา กับพวก · จำเลย - นาย อม รศักดิ์ อัศวจินดามณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 7249/2540ฎีกา 2660/2531ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2568/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4339/2534ฎีกา 2900/2543ฎีกา 1646/2519ฎีกา 2099/2532ฎีกา 2230/2544ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 8716/2550ฎีกา 3733/2531ฎีกา 761/2544ฎีกา 3556/2533ฎีกา 2384/2548ฎีกา 5035/2541ฎีกา 7248/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา