⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 602/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างนำเงินของนายจ้างฝากธนาคารล่าช้าไปหนึ่งวัน ถือเป็นการทำงานล่าช้าหรือผิดพลาดเล็กน้อย ไม่ใช่การฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง หากนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย มีหน้าที่จำหน่ายตั๋วรถโดยสารและเก็บเงินค่าธรรมเนียมมอบให้จำเลยทุกวันโดยนำเงินฝากเข้าบัญชีธนาคารตามระเบียบของจำเลย การที่โจทก์นำเงินของจำเลยจำนวน 2,512 บาท เข้าฝากธนาคารล่าช้าไปหนึ่งวันย่อมถือเป็นการทำงานล่าช้าหรือผิดพลาดเล็กน้อย จำเลยอาจได้รับความเสียหายบ้างก็เพียงที่ขาดประโยชน์จากดอกเบี้ยของธนาคารเพียงเล็กน้อย พฤติการณ์แห่งคดีไม่อาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งพนักงานปล่อยรถประจำสถานีเดินรถชลบุรี เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๙ จำเลยมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ โจทก์ทำงานติดต่อกันเกิน ๓ ปี ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๔,๐๒๕ บาท มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นเงิน ๒๔,๑๕๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ๓,๙๘๕ บาท โจทก์มีหน้าที่จำหน่ายตั๋วรถโดยสารและเก็บเงินค่าธรรมเนียมรถโดยสารเอกชนที่เข้าวิ่งร่วมเส้นทางกับจำเลย แล้วต้องนำเงินรายได้ทั้งหมดมอบให้จำเลยทุกวันโดยนำเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาชลบุรี แต่เมื่อวันที่ ๘, ๑๐ และ ๒๑ เมษายน ๒๕๒๙ กับวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๒๙ โจทก์ไม่นำเงินรายได้ของจำเลยดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารภายในกำหนดเวลาตามระเบียบของจำเลย ซึ่งถือว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ และเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบมิได้ส่อแสดงว่าโจทก์มีพฤติการณ์ทุจริต และการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์มิใช่กรณีร้ายแรง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือก่อนเลิกจ้าง จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๒๓,๙๑๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ได้กระทำโดยส่อเจตนาทุจริต การที่โจทก์นำเงินจำนวน ๒,๕๑๒ บาทเข้าฝากธนาคารล่าช้าไปหนึ่งวันย่อมถือว่าเป็นการทำงานล่าช้าหรือผิดพลาดเล็กน้อย แม้เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานด้านการเงินและมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของจำเลย แต่โจทก์ก็ได้นำเงินของจำเลยเข้าฝากธนาคารโดยครบถ้วนในวันรุ่งขึ้น ไม่ได้ทำให้เงินของจำเลยสูญหายไปแต่อย่างใด จำเลยอาจได้รับความเสียหายบ้างก็เพียงขาดประโยชน์จากดอกเบี้ยของธนาคารเพียงเล็กน้อยเท่านั้นตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่อาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง จำเลยจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยต่อเมื่อได้เคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือมาก่อนตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๓)เมื่อจำเลยเลิกจ้างโดยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2533 นายอำนาจ พรหมโยธิน โจทก์ บริษัทขนส่ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอำนาจ พรหมโยธิน · จำเลย - บริษัทขนส่ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิชาญ หิรัญรุจิพงษ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา