คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2811/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจยกคำร้องขอให้ล้มละลายได้ หากเห็นว่าการชำระหนี้ตามที่ลูกหนี้เสนอเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้และลูกหนี้มากกว่าการพิพากษาให้ล้มละลาย แม้ลูกหนี้จะมีหนี้สินล้นพ้นตัวก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นข้าราชการมีรายได้คือเงินเดือนที่แน่นอน และสามารถแบ่งชำระหนี้ได้เดือนละ 2,000 บาท ตามที่จำเลยเสนอ แม้จะใช้เวลายาวนานออกไป แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นวิธีการที่สามารถชำระหนี้ได้จริง เป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้และจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้มากกว่าวิธีการพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายตามที่โจทก์ขอ เป็นเหตุไม่ควรพิพากษาให้จำเลยล้มละลายซึ่งศาลย่อมมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14ที่จะยกฟ้องโจทก์ได้ แม้คดีจะได้ความจริงว่าจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวต้องตามมาตรา 9 ก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวประเทืองจิตร นวลศิริ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจมานิตย์ สุขวัฒน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย วิมลเศรษฐ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายเฉลิมชัย ตันตยานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา