คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5008/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า ถือเป็นภาษีอากรตามความหมายของกฎหมายจัดตั้งศาลภาษีอากร ผู้นำเข้าจึงมีอำนาจฟ้องขอคืนค่าธรรมเนียมพิเศษดังกล่าวต่อศาลภาษีอากรกลางได้
ย่อคำพิพากษา
กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศให้การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษเป็นอำนาจหน้าที่ของจำเลยโดยให้นำกฎหมายว่าด้วยศุลกากรมาใช้บังคับโดยอนุโลม และจำเลยได้ออกประกาศให้ผู้นำของเข้าที่จะขอคืนเงินค่าธรรมเนียมพิเศษดังกล่าวปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการคืนเงินอากรขาเข้า โดยอนุโลม จำเลยจึงมีหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษและคืนค่าธรรมเนียมพิเศษที่ผู้นำเข้าได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียด้วย ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าเป็นภาษีอากรตามความหมายของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528มาตรา 3(4) โจทก์มีอำนาจฟ้องขอคืนค่าธรรมเนียมพิเศษจากจำเลยต่อศาลภาษีอากรกลางได้ตามมาตรา 7(3)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ม.6 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.3 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.7
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ก่อนเพิ่มเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด การให้เพิ่มราคาสินค้าของจำเลยไม่ชอบให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีอากรและค่าธรรมเนียมพิเศษแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การต่อสู้ว่า ราคาสินค้าที่โจทก์อ้างไม่ใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด การเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษนั้น จำเลยเป็นเพียงผู้กระทำแทนกระทรวงพาณิชย์ และเงินดังกล่าวเป็นเงินค่าธรรมเนียมตามกฎหมายพิเศษเฉพาะ มิใช่เงินค่าภาษีอากรไม่อยู่ในขอบแห่งอำนาจของศาลภาษีอากรกลางที่จะพิจารณาพิพากษาโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินเฉพาะค่าอากรขาเข้าและค่าธรรมเนียมพิเศษ ให้จำเลยคืนเงินอากรขาเข้าและค่าธรรมเนียมพิเศษแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยคำขอนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอคืนค่าธรรมเนียมพิเศษจากจำเลยต่อศาลภาษีอากรกลางหรือไม่ เห็นว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2533รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดระเบียบการเรียกเก็บและวิธีการชำระค่าธรรมเนียมพิเศษในการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ดังนี้ 1. การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมศุลกากรและให้นำกฎหมายว่าด้วยการศุลกากรมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรก็ได้ออกประกาศกรมศุลกากรที่ 28/2533 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกเก็บและวิธีการชำระค่าธรรมเนียมพิเศษในการนำของเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์และประกาศอื่น กำหนดไว้ตามความในข้อ 6 ว่า การขอคืนเงินค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับของที่ได้รับคืนเงินอากรขาเข้า หรือที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียให้ผู้นำของเข้าปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการคืนเงินอากรขาเข้าโดยอนุโลม จึงแสดงว่าจำเลยมีหน้าที่เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมพิเศษและคืนเงินค่าธรรมเนียมพิเศษที่ผู้นำเข้าได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียด้วยค่าธรรมเนียมพิเศษดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า จึงเป็นภาษีอากรตามความหมายของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 3(4)โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอคืนค่าธรรมเนียมพิเศษดังกล่าวอันเป็นภาษีอากรจากจำเลยต่อศาลภาษีอากรกลางได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7(3)
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5008/2536
บริษัท สิน เกษม จำกัด โจทก์
กรมศุลกากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท สิน เกษม จำกัด · จำเลย - กรมศุลกากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนพ กีรติยุติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา