คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมาย แต่หากยังมีทรัพย์สินเพียงพอที่จะขวนขวายหาเงินมาชำระหนี้ได้ ก็ยังไม่สมควรให้ล้มละลาย.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยรับราชการ ได้รับเงินเดือน เดือนละ 8,630 บาทและมีที่ดินมีโฉนดโดยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับ น. แม้ที่ดินดังกล่าวจะติดจำนองธนาคารในวงเงิน 1,300,000 บาท แต่ไม่ได้ความว่าหนี้จำนองดังกล่าวท่วมราคาที่ดินที่ติดจำนอง และไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นหนี้บุคคลอื่นอีก ฉะนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์จำนวน 55,000 บาท และจำเลยได้รับหนังสือทวงถามจากโจทก์ให้ชำระหนี้แล้วสองครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันอันเป็นข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้วก็ตาม จำเลยก็ยังอยู่ในฐานะที่สามารถขวนขวายหาเงินมาชำระหนี้โจทก์ได้ พฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุที่ยังไม่สมควรให้จำเลยล้มละลาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวีรภัทร์ ศักดิ์เกียรติบุตร · จำเลย - นางเพ็ญจันทร์ อัมพุนันทน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิระ บุญพจนสุนทร · สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายจักรกฤช เจริญเลิศ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชาย จุลนิติ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา