⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9245/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9245/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ถูกริบตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องกระทำก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง และการประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นถือว่าเจ้าของทรัพย์สินได้ทราบประกาศแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาริบรถยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ถือได้ว่าผู้ร้องมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่บังคับให้เจ้าของทรัพย์สินยื่นคำร้องขอเข้าในคดีก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 วรรคสอง แม้พนักงานเจ้าหน้าที่จะมิได้ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันในท้องถิ่นแต่ได้ประกาศในหนังสือพิมพ์ "ข่าวสด" ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่ออกในส่วนกลางที่ส่งไปจำหน่ายทั่วไปในราชอาณาจักร อันเป็นการประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นสองวันติดต่อกันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ถือได้ว่าผู้ร้องได้ทราบประกาศแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนคำนวณเป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์น้ำหนัก 39.5 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2538 ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 จำคุก 12 ปี 6 เดือนริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน ค-9062 เชียงใหม่ ของกลางโดยให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด วันที่ 29 สิงหาคม 2538 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เกี่ยวกับรถยนต์ของกลางอ้างว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องผู้ร้องไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เห็นในการกระทำความผิดของจำเลยผู้ร้องไม่ทราบว่าจำเลยถูกฟ้องและไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าพนักงานอัยการฟ้องและขอให้ริบรถยนต์ของกลาง จึงไม่อาจยื่นคำร้องเข้าดำเนินคดีก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาได้ ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่เฉพาะเรื่องริบของกลาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2538 พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยในข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้รถยนต์ของกลางตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ต่อมาผู้อำนวยการกองตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ได้ประกาศในหนังสือพิมพ์ "ข่าวสด" ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันประจำวันที่26 และ 27 เมษายน 2538 ติดต่อกันรวม 2 วัน เพื่อประกาศให้ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 ปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ในส่วนที่สั่งริบรถยนต์ของกลางได้หรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาริบรถยนต์ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เมื่อวันที่4 สิงหาคม 2538 ผู้ร้องเพิ่งมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2538 หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วถือได้ว่า ผู้ร้องมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่บังคับให้เจ้าของทรัพย์สินยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 วรรคสอง แม้พนักงานเจ้าหน้าที่จะมิได้ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันในท้องถิ่นแต่ก็ปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศในหนังสือพิมพ์"ข่าวสด" ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่ออกในส่วนกลาง ที่ส่งไปจำหน่ายทั่วไปในราชอาณาจักร อันเป็นการประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นสองวันติดต่อกันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ถือได้ว่า ผู้ร้องได้ทราบประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วศาลล่างทั้งสองไม่รับคำร้องขอของผู้ร้องไว้ไต่สวนชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9245/2539 อัยการ แม่ฮ่องสอน โจทก์ นาง จารุณี ไพศาลศุภชัย ผู้ร้อง นาย สุ ชาติ ฟอง น้ำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ แม่ฮ่องสอน · ผู้ร้อง - นาง จารุณี ไพศาลศุภชัย · จำเลย - นาย สุ ชาติ ฟอง น้ำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 12213/2547ฎีกา 6344/2551ฎีกา 2568/2554ฎีกา 2683/2543ฎีกา 4298/2544ฎีกา 3943/2540ฎีกา 12034/2555ฎีกา 10861/2554ฎีกา 9203/2555ฎีกา 2617/2543ฎีกา 3245/2548ฎีกา 2109/2539ฎีกา 29/2555ฎีกา 8939/2547ฎีกา 4928/2541ฎีกา 2710/2543ฎีกา 7343-7345/2554ฎีกา 4557/2548ฎีกา 1185/2549ฎีกา 276/2541ฎีกา 12524/2555ฎีกา 4087/2548ฎีกา 5575/2538ฎีกา 4068/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา