⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3119/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้อื่นนอกจากไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. เกินกว่า 20 ต้น หรือท่อน หรือมีปริมาตรเกิน 4 ลูกบาศก์เมตร เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2) โดยพิจารณาจากจำนวนต้นหรือท่อน หรือปริมาตรไม้แยกกันเป็นกรณีไป

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2)บัญญัติว่า "ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร" ย่อมหมายความว่า การมีไว้ในความครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปหากเป็นไม้อื่น ๆ นอกจากไม้สัก ไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. แล้ว จะเป็นความผิดตามมาตรา 69 วรรคสอง (2) ได้ก็ต่อเมื่อ ปริมาณไม้อื่น ๆ เป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกันแล้วเกิน 20 ต้น หรือท่อนก็ได้ หรือรวมกันแล้วมีปริมาตรไม้เกิน 4 ลูกบาศก์เมตร ก็ได้ เมื่อจำเลยมีไม้ประดู่ 47 ท่อน ไม้มะค่าโมง 47 ท่อนรวม 94 ท่อน จึงถือได้ว่าจำเลยมีไม้อื่น ๆ เป็นท่อนรวมกันแล้วเกิน 20 ท่อน การกระทำของจำเลยย่อมครบถ้วนองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 69 วรรคสอง (2) แม้ว่าไม้ท่อน ดังกล่าวเมื่อรวมกันแล้วมีปริมาตรไม้ไม่เกิน4 ลูกบาศก์เมตรก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป่าไม้ ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69(2), 74 และริบไม้ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69(2) (ที่ถูก มาตรา 69 วรรคสอง (2)),74 ลงโทษจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเพียงว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2) หรือไม่ ซึ่งปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในชั้นอุทธรณ์ก็ตามแต่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่จำเลยมีสิทธิยกขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 โดยจำเลยฎีกาว่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2)กฎหมายมุ่งถึงไม้ที่มีปริมาตรเกินกว่า 4 ลูกบาศก์เมตรจึงจะถือว่ามีไว้เป็นความผิด จำเลยมีไม้ปริมาตรเพียง 1.36 ลูกบาศก์เมตร แม้จำนวนท่อนจะมีมากกว่า 20 ท่อน การกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิดตามบทมาตราดังกล่าว ดังนี้ เห็นว่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2)บัญญัติว่า "ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันเกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม่เกินสี่ลูกบาศก์เมตร" ย่อมหมายความว่าการมีไว้ในความครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป หากเป็นไม้อื่น ๆ นอกจากไม้สักไม้ยาง หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. แล้ว จะเป็นความผิดตามมาตรา 69 วรรคสอง (2) ได้ก็ต่อเมื่อปริมาณไม้อื่น ๆ เป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกันแล้วเกิน20 ต้น หรือท่อนก็ได้ หรือรวมกันแล้วมีปริมาตรไม่เกิน4 ลูกบาศก์เมตร ก็ได้ คดีนี้เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีไม้ประดู่47 ท่อน ไม้มะค่าโมง 47 ท่อน รวม 94 ท่อนย่อมถือได้ว่าจำเลยมีไม้อื่น ๆ เป็นท่อนรวมกันแล้วเกิน 20 ท่อน การกระทำของจำเลยย่อมครบถ้วนองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 69 วรรคสอง (2) แล้วแม้ว่าไม้ท่อนดังกล่าวเมื่อรวมกันแล้วมีปริมาตรไม้ไม่เกิน4 ลูกบาศก์เมตรก็ตาม ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119/2541 พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี โจทก์ นาย เฉลิม จันทร์ รัศมี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี · จำเลย - นาย เฉลิม จันทร์ รัศมี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กมล เพียรพิทักษ์ · วุฒิ คราวุฒิ · สุพล พันธุมโน
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4159/2547ฎีกา 7490/2540ฎีกา 2310/2552ฎีกา 424/2507ฎีกา 3932/2535ฎีกา 1912/2523ฎีกา 4702/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ