⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8799/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8799/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกหนี้ร่วมแต่ละคนมีสถานะหนี้สินล้นพ้นตัวเป็นเรื่องเฉพาะตัวของตนเอง และเจ้าหนี้สามารถเรียกให้ลูกหนี้ร่วมคนใดคนหนึ่งชำระหนี้ได้เต็มจำนวน แม้ลูกหนี้ร่วมคนอื่นจะมีทรัพย์สินเพียงพอชำระหนี้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์ ดำเนินธุรกิจเพื่อหากำไร การที่โจทก์รับจำนองที่ดินในราคา 8,000,000 บาท เป็นการแสดงให้เห็นว่าที่ดินดังกล่าวมีราคาที่แท้จริงสูงกว่า 8,000,000 บาท หากโจทก์ตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ให้ดีก่อนฟ้องคดีนี้แล้ว โจทก์ย่อมทราบว่าจำเลยที่ 2 มีที่ดินที่จำนองแก่โจทก์อีก 5 แปลง ซึ่งสามารถยึดมาชำระหนี้จำนองได้และยังมีเงินเหลือที่จะนำมาชำระหนี้ในคดีนี้ได้อีกด้วย ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้โจทก์ได้ทั้งหมด แม้หนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดเป็นหนี้ร่วม และจำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้ ให้โจทก์ได้ทั้งหมดก็ตาม แต่การมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่เป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ร่วมแต่ละคน และโจทก์สามารถเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ได้เต็มจำนวน เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัวตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8 (5) นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ไม่เคยติดต่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่อย่างใด พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 1 ล้มละลาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยที่ ๑ ไม่ยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายพิเคราะห์แล้วมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์ ดำเนินธุรกิจเพื่อหากำไร การที่โจทก์รับจำนองที่ดินในราคา ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการแสดงให้เห็นว่าที่ดินดังกล่าวมีราคาที่แท้จริงสูงกว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยที่ ๒ ว่า ที่ดินดังกล่าวมีราคา ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท หากโจทก์ตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ให้ดีก่อนฟ้องคดีแล้ว โจทก์ย่อมทราบว่าจำเลยที่ ๒ มีที่ดินที่จำนองแก่โจทก์อีก ๕ แปลง ซึ่งสามารถยึดมาชำระหนี้จำนวองได้และยังมีเงินเหลือที่จะนำมาชำระหนี้ในคดีนี้ได้อีกด้วย จึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ มีทรัพย์สินพอที่จะชำระหนี้โจทก์ได้ทั้งหมด สำหรับจำเลยที่ ๑ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่า หนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดเป็นหนี้ร่วม และจำเลยที่ ๒ มีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้ให้โจทก์ได้ทั้งหมดก็ตาม แต่การมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่เป็นเรื่องเฉพาะตัวของ ลูกหนี้ร่วมแต่ละคน และโจทก์สามารถเรียกให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ได้เต็มจำนวน เมื่อข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ไม่มีทรัพย์สินที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยที่ ๑ มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘ (๕) นอกจากนี้ยังปรากฏว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยติดต่อขอชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่อย่างใด พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่มีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยที่ ๑ ล้มละลาย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8799/2542 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสมนึก ลามอ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายสมนึก ลามอ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ยอดเณร · จำลอง สุขศิริ · พิชัย เตโชพิทยากูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวราพงศ์ รุ่งจิรารัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา บุญชู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 7249/2540ฎีกา 2660/2531ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2568/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4339/2534ฎีกา 2900/2543ฎีกา 1646/2519ฎีกา 2099/2532ฎีกา 2230/2544ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 8716/2550ฎีกา 3733/2531ฎีกา 761/2544ฎีกา 3556/2533ฎีกา 2384/2548ฎีกา 5035/2541ฎีกา 7248/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา