⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 283/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำเข้ายุทธภัณฑ์เพื่อจำหน่ายเป็นการส่วนตัวแก่ข้าราชการ ไม่ถือเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในราชการอันจะได้รับการยกเว้นอากรตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่กองทัพอากาศจำเลยได้ทำการจัดซื้ออาวุธปืนพกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามความต้องการของข้าราชการในสังกัด โดยใช้เงินที่ได้มาจากข้าราชการที่ต้องการจะมีอาวุธปืนดังกล่าวไว้ใช้ ซึ่งจำเลยจะหักเงินเดือนของข้าราชการผู้นั้นใช้หนี้จนครบ และมีข้อกำหนดว่าเมื่อครบกำหนด 5 ปี ข้าราชการผู้ซื้ออาวุธปืนดังกล่าวจะได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ การกระทำดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นการนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายให้แก่ข้าราชการของจำเลยเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับส่วนราชการ ถือไม่ได้ว่าเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในราชการอันอยู่ในข่ายที่จะได้รับการยกเว้นอากรตาม พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 ประเภท 13 จำเลยจึงต้องรับผิดเสียภาษีอากร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลซึ่งเป็นภาษีอากรค้างชำระจำนวน 33,439,395 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนจากต้นเงิน 4,670,564 บาท 5,161,272 บาท และ 2,237,284 บาท ตามลำดับ เป็นรายเดือน นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าภาษี จำนวน 33,439,395 บาท และเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนจากต้นเงิน 4,670,564 บาท 5,161,272 บาท และ 2,237,284 บาท ตามลำดับ เป็นรายเดือน นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์จำเลยว่า อาวุธปืนพกที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นอากรหรือไม่ เห็นว่า ตาม พ.ร.ก.พิกัดอัตราภาษีศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 บัญญัติให้ของที่ได้รับยกเว้นอากร ประเภท 13 ได้แก่ ยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในราชการ แต่การที่จำเลยเป็นผู้จัดซื้ออาวุธปืนพกที่จำเลยนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามความต้องการของข้าราชการในสังกัด โดยใช้เงินที่ได้มาจากข้าราชการที่ประสงค์จะมีอาวุธปืนพกประจำกายไว้ใช้โดยให้ต้นสังกัดของข้าราชการดังกล่าวหักเงินเดือนของข้าราชการผู้นั้นใช้หนี้จนครบจำนวน และมีข้อแม้ว่าเมื่อครบกำหนด 5 ปีแล้ว ข้าราชการผู้ซื้ออาวุธปืนพกดังกล่าวก็จะได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ การนำเข้าอาวุธปืนพกของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายให้แก่ข้าราชการของจำเลยเป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวกับส่วนราชการ ถือไม่ได้ว่าเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในราชการอันอยู่ในข่ายที่จะได้รับการยกเว้นอากรตามความในภาค 4 ประเภทที่ 13 แห่ง พ.ร.ก.พิกัดอัตราภาษีศุลกากร พ.ศ. 2530 จำเลยต้องรับผิดเสียภาษีอากร พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2543 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ กองทัพอากาศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - กองทัพอากาศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · สันติ ทักราล · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายอรรถสิทธิ์ ร่มไทรทอง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา