คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9189/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตายไปชำระหนี้แล้ว เหลือหนี้จำนวนเล็กน้อย และไม่ปรากฏว่าผู้ตายมีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่ถือเป็นเหตุให้เจ้าหนี้ร้องขอให้จัดการทรัพย์มรดกของผู้ตายตามกฎหมายล้มละลายได้
ย่อคำพิพากษา
เจ้าหนี้ได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตายได้แก่รถบรรทุกและเงินฝากธนาคารชำระหนี้แล้ว เมื่อหักกลบกับหนี้ ตามฟ้องแล้วจะเหลือหนี้ค้างชำระเพียงจำนวนเล็กน้อยประมาณ 10,000 บาท อีกทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ตายเป็นลูกหนี้ บุคคลอื่นอีก รูปคดีจึงยังไม่พอฟังว่าลูกหนี้ที่ตายเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว กรณีมีเหตุที่ไม่ควรให้จัดการทรัพย์มรดก ของผู้ตายตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 82
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.82
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้จัดการทรัพย์มรดกของนายเกษม ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘๒
นายดำรงค์ ทายาทและผู้จัดการมรดกของนายเกษมไม่ยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายพิจารณาแล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า นายเกษมลูกหนี้ที่ตายเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดสินบางกอกร้อยเอ็ดขนส่งเป็นหนี้ค่าภาษีอากรค้างชำระเป็นเงิน ๑๗๓,๑๓๙.๐๖ บาท นายเกษมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม แม้โจทก์มีหนังสือทวงถามให้นายเกษมชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นายเกษมได้รับหนังสือแล้วไม่ชำระหนี้ มีพฤติการณ์เข้าข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามที่โจทก์อ้างก็ตาม แต่ข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวเป็นแต่เพียงเหตุหนึ่งที่กฎหมายให้อำนาจโจทก์ฟ้องขอให้จัดการทรัพย์มรดกของนายเกษมได้ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘๒ เท่านั้น ส่วนการพิจารณาคดีล้มละลายตามฟ้องโจทก์นั้น พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ ให้ศาลพิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ และหากมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ให้ศาลพิพากษายกฟ้องได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากพยานโจทก์ว่า โจทก์ได้รับทรัพย์มรดกของนายเกษมได้แก่รถบรรทุกและเงินฝากธนาคารจำนวน ๑,๐๗๔ บาท ชำระหนี้แล้ว เมื่อนำทรัพย์มรดก ๒ รายการ หักกลบกับหนี้ตามฟ้องแล้ว จะเหลือหนี้ค้างชำระเพียงจำนวนเล็กน้อยประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น อีกทั้งไม่ปรากฏว่านายเกษมเป็นลูกหนี้บุคคลอื่นอีก รูปคดีจึงยังไม่พอฟังว่านายเกษมลูกหนี้ที่ตายเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามที่โจทก์ฟ้อง กรณีมีเหตุที่ไม่ควรให้จัดการทรัพย์มรดกของนายเกษมตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘๒ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ .
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9189/2544
กรมสรรพากร โจทก์
นายเกษม เอี้ยวศิริพร ลูกหนี้ที่ตาย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นายเกษม เอี้ยวศิริพร ลูกหนี้ที่ตาย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วัฒนชัย โชติชูตระกูล · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · พีรพล จันทร์สว่าง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแแพ่งธนบุรี - นางสาวเบญจภา วิทิตางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธินันท์ เสียมสกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา