คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้โดยมีเอกสารหลักฐานประกอบ และลูกหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้จริงและยังไม่ได้ชำระหนี้ ถือว่าหนี้มีอยู่จริงและไม่ต้องห้ามที่จะขอรับชำระหนี้
ย่อคำพิพากษา
ในชั้นตรวจคำขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 104 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เพียง 2 ราย คือ เจ้าหนี้และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ศ. เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้กู้ยืมและจำนองโดยมีสำเนาสัญญากู้เงินและสำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นหลักฐานประกอบคำขอรับชำระหนี้ เมื่อไม่ปรากฏว่ามีผู้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้และลูกหนี้ได้ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยอมรับว่าเป็นเจ้าหนี้จริงและยังไม่ได้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ กรณีจึงน่าเชื่อว่าหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้เป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและไม่ต้องห้ามที่จะขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 94
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.94 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.104
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย (ลูกหนี้) เด็ดขาดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2540
เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้เงินกู้และจำนองเป็นเงิน 174,306.43 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1) เนื่องจากเจ้าหนี้มิได้นำพยานหลักฐานไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนให้ได้ความว่าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้มีอยู่จริงและไม่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
เจ้าหนี้อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน
เจ้าหนี้ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้หรือไม่ เห็นว่า ในชั้นตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เพียง 2 ราย คือ เจ้าหนี้และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้กู้ยืมและจำนองโดยมีสำเนาสัญญากู้เงินและสำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นหลักฐานประกอบคำขอรับชำระหนี้ เมื่อไม่ปรากฏว่ามีผู้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้และลูกหนี้ได้ให้การต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยอมรับว่าเป็นหนี้เจ้าหนี้จริงและยังไม่ได้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ กรณีจึงน่าเชื่อว่าหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้เป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและไม่ต้องห้ามที่จะขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 เจ้าหนี้จึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของเจ้าหนี้ฟังขึ้น"
พิพากษากลับว่า ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 174,306.43 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2547
นางมัณฑนา พิกุลงาม โจทก์
ธนาคารกรุงเทพฯ พณิชย์การ จำกัด (มหาชน)
โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด
ผู้เข้าสวมสิทธิแทน เจ้าหนี้
นายภิญโญ สุทธิภัทรธรรม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมัณฑนา พิกุลงาม · เจ้าหนี้ - ธนาคารกรุงเทพฯ พณิชย์การ จำกัด (มหาชน)โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัดผู้เข้าสวมสิทธิแทน · จำเลย - นายภิญโญ สุทธิภัทรธรรม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชาย พงษธา · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · พีรพล จันทร์สว่าง |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ