⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4665/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4665/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาฟ้องเป็นหนี้เงินที่กำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในภายหลังก็ตาม และไม่มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอุทธรณ์อ้างว่า มูลหนี้ที่โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องนำมาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายเป็นหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งซึ่งพิพากษาให้ธนาคารเจ้าหนี้เดิมคิดดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี แต่ต้องไม่เกินกว่าอัตราสูงสุดที่ธนาคารเจ้าหนี้เดิมมีสิทธิคิดได้ ต่อมาได้มีประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศของธนาคารเจ้าหนี้เดิมเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยสูงสุดหลายครั้งโดยมีอัตราต่ำกว่าร้อยละ 18.5 ต่อปี โจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง มูลหนี้ตามฟ้องมีจำนวนไม่แน่นอน กรณีจึงมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายนั้น ในชั้นพิจารณาจำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างว่าได้มีประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศของธนาคารเจ้าหนี้เดิมเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยสูงสุดหลายครั้งหลังจากศาลแพ่งมีคำพิพากษาก็เพิ่งปรากฏในอุทธรณ์ของจำเลยเท่านั้น ดังนั้น มูลหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นหนี้เงินสามารถกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนแล้วทั้งกรณีไม่มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเป็นยุติตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง โดยจำเลยไม่อุทธรณ์โต้แย้งฟ้องได้ว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ (ผู้รับโอนหนี้ของจำเลยมาจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คิดถึงวันฟ้องเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และจำเลยต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (5) ที่จำเลยอุทธรณ์ทำนองว่า ตามคำพิพากษาศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 21234/2541 ซึ่งพิพากษาให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) คิดดอกเบี้ยในหนี้ตามคำพิพากษาได้ในอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี แต่ต้องไม่เกินกว่าอัตราสูงสุดที่ธนาคารดังกล่าวมีสิทธิคิดได้ภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศของธนาคารดังกล่าว ซึ่งหลังจากศาลแพ่งมีคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้มีประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่จะเรียกจากลูกค้าหลายครั้งโดยมีอัตราต่ำกว่าร้อยละ 18.5 ต่อปี เป็นจำนวนมาก การที่โจทก์คิดดอกเบี้ยจากยอดหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งดังกล่าวในอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ตลอดมาจึงไม่ถูกต้อง มูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องยังเป็นจำนวนที่ไม่แน่นอน กรณีจึงมีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลายนั้น เห็นว่า ในชั้นพิจารณาของศาลล้มละลายกลางจำเลยไม่ยื่นคำให้การสู้คดีและขาดนัดพิจารณา ทั้งข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างว่าธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีประกาศลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่จะเรียกจากลูกค้าหลายครั้ง และมีอัตราต่ำกว่าร้อยละ 18.5 ต่อปี นั้น ก็เพิ่งปรากฏในอุทธรณ์ของจำเลยเท่านั้น หาได้มีอยู่ในสำนวนไม่ ข้ออ้างในอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักควรแก่การรับฟัง ทั้งมูลหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งดังกล่าวเป็นหนี้เงิน สามารถกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ดังนั้น มูลหนี้ที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นหนี้ที่กำหนดได้โดยแน่นอนแล้ว ทั้งกรณีไม่มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยล้มละลาย ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4665/2551 บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ นายกิตติสาร กิตติวรกาญจน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นายกิตติสาร กิตติวรกาญจน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดิเรก อิงคนินันท์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · พิชัย อภิชาตอำมฤต
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 7249/2540ฎีกา 2660/2531ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2568/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4339/2534ฎีกา 2900/2543ฎีกา 1646/2519ฎีกา 2099/2532ฎีกา 2230/2544ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 8716/2550ฎีกา 3733/2531ฎีกา 761/2544ฎีกา 3556/2533ฎีกา 2384/2548ฎีกา 5035/2541ฎีกา 7248/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ