คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15686/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
กรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ ให้ใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่จำเลยไม่ไปลงนามในสัญญาซื้อขายอันเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่จำเลยผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติตามใบสอบราคา เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยโจทก์ได้บอกเลิกการสั่งซื้อรถยนต์จากจำเลยแล้ว ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 โจทก์บอกเลิกสัญญาและจำเลยได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2547 และโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 336,506.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 262,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 262,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2547 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 1 ตุลาคม 2551) ต้องไม่เกิน 74,506.25 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังว่า โจทก์ประกาศให้ผู้สนใจยื่นคำเสนอราคาขายรถยนต์ตู้โดยวิธีการสอบราคาซื้อจำนวน 2 คัน โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขว่าผู้เสนอราคาต้องรับผิดต่อราคาที่เสนอ หากผู้เสนอราคาได้รับแจ้งการตกลงสั่งซื้อจากโจทก์แล้วไม่ไปรับใบสั่งซื้อ หรือไม่ไปลงนามทำสัญญาภายในเวลาที่กำหนด โจทก์มีสิทธิยกเลิกราคาและเรียกร้องเบี้ยปรับ หรือพิจารณาราคาของผู้เสนอราคารายอื่น หรือสอบราคาใหม่และหากราคาที่ตกลงซื้อสูงกว่าราคาที่เสนอไว้ ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบชดใช้จนครบถ้วน จำเลยเป็นผู้ยื่นคำเสนอราคารถยนต์ต่อโจทก์ในราคาคันละ 794,000 บาท โดยยอมปฏิบัติตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติ โจทก์แจ้งให้จำเลยไปลงนามในสัญญาซื้อขายแล้ว จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกการสั่งซื้อแก่จำเลยและประกาศสอบราคาใหม่โดยโจทก์ต้องซื้อรถยนต์จำนวน 2 คันจากผู้อื่น ในราคาสูงกว่าที่จำเลยเสนอแก่โจทก์ โจทก์จึงเรียกค่าเสียหายแก่จำเลย
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่จำเลยไม่ไปลงนามในสัญญาซื้อขายอันเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่จำเลยผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติตามใบสอบราคา เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยโจทก์ได้บอกเลิกการสั่งซื้อรถยนต์จากจำเลยแล้ว ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 โจทก์บอกเลิกสัญญาและจำเลยได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2547 และโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ยังไม่เกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15686/2555
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์
บริษัทบางกอก วี.เอ.แมชีนเนอรี่ แอนด์
พาร์ทส์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · จำเลย - บริษัทบางกอก วี.เอ.แมชีนเนอรี่ แอนด์พาร์ทส์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี ศรีอรุณ · สมควร วิเชียรวรรณ · วัฒนชัย โชติชูตระกูล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมชาย พวงภู่ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนัย มโนมัยอุดม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.366/2555 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา