คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8819/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่ากัน ให้บุตรทั้งสองอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูและแบ่งสินสมรส จำเลยอุทธรณ์เฉพาะประเด็นเรื่องเหตุหย่าเพียงประการเดียว จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยใช้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์เดือนละ 15,000 บาท และให้ออกค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของบุตรทั้งสอง เช่น ค่าศึกษาเล่าเรียน ค่าเรียนพิเศษร่วมกับโจทก์คนละครึ่ง นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าบุตรทั้งสองจะเรียนจบชั้นปริญญาตรี ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งสองเพียงผู้เดียว แต่ให้จำเลยมีสิทธิไปเยี่ยมบุตรทั้งสองหรือรับบุตรทั้งสองไปอยู่กับจำเลยได้ตามความเหมาะสมด้วยความสมัครใจของบุตรทั้งสอง ให้จำเลยแบ่งสินสมรสตามบัญชีทรัพย์สินสมรสท้ายรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 24 กันยายน 2551 (หรือเอกสารหมาย จ. 8) รวมทั้งหุ้นกู้บริษัทปูนซีเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน) จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่า 10,000,000 บาท กับพันธบัตรออมทรัพย์ช่วยชาติมูลค่า 20,550,000 บาท ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากทรัพย์สินอันใดไม่สามารถแบ่งได้ ให้นำออกขายโดยประมูลราคาระหว่างโจทก์กับจำเลย หรือนำออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกันคนละครึ่ง กับให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้โจทก์และจำเลยหย่ากัน ให้บุตรทั้งสองอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองและแบ่งสินสมรส คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้กับคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 (3) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับในขณะยื่นฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร และให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่จำเลยอุทธรณ์เฉพาะประเด็นเรื่องเหตุหย่าเพียงประการเดียวซึ่งเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ส่วนประเด็นในเรื่องการแบ่งสินสมรส ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องชำระค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น
พิพากษากลับว่า เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8819/2556
นางจุฬารัตน์ กรพินธุ์สุวรรณ โจทก์
นายเกษมศักดิ์ กรพินธุ์สุวรรณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจุฬารัตน์ กรพินธุ์สุวรรณ · จำเลย - นายเกษมศักดิ์ กรพินธุ์สุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล · พิศิฏฐ์ สุดลาภา · ชัยยุทธ์ ศรีจำนงค์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายธีระพงศ์ เพ็ญตระการ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ พรหมสุวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ยช.(พ)258/2553 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา