⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2086/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2086/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่งให้แก่คู่สมรสฝ่ายที่ได้สิทธินั้นมาเมื่อหย่ากัน.

ย่อคำพิพากษา

อาคารพาณิชย์เลขที่ 35 และ 36 ที่โจทก์และจำเลยเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แม้มีเพียงสิทธิการเช่า แต่สิทธิการเช่าก็เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่มีราคาและถือเอาได้ เมื่อได้มาระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรส และตรงตามบันทึกท้ายทะเบียนการหย่าตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง จำเลยจึงต้องแบ่งสินสมรสให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,350,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 3 มีนาคม 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 3 มีนาคม 2554) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ และชำระเงินแก่นายพงศ์กร นายฤทธิพงศ์ และนางสาวนิศาชล คนละ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในชั้นนี้โดยคู่ความไม่ได้โต้แย้งคัดค้านว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2549 โจทก์กับจำเลยได้จดทะเบียนหย่ากันที่สำนักทะเบียนอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยบันทึกการหย่าว่า อยู่กินกันมาเป็นเวลา 17 ปี มีบุตร 4 คน คือ นายพงศ์กร เด็กชาย ฤ. เด็กหญิง น. และเด็กชาย ศ. ตกลงให้อยู่ในความปกครองของจำเลยฝ่ายเดียว มีทรัพย์สินประมาณ 3,000,000 บาท ตกลงหักหนี้สินประมาณ 700,000 บาท หักค่าการศึกษาบุตร 4 คน คนละ 100,000 บาท ที่เหลือแบ่งโจทก์และจำเลยคนละเท่ากัน ให้บุตรอยู่ในความเลี้ยงดูของบิดา หากบุตรไม่สามารถอยู่กับจำเลยได้ให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าการศึกษาบุตรคืนตามสำเนาทะเบียนการหย่าและบันทึกต่อท้าย สำหรับค่าเลี้ยงดูบุตรทั้งสี่จำเลยไม่อุทธรณ์จึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สิทธิการเช่าอาคารเป็นสินสมรสหรือไม่ เห็นว่า แม้อาคารเลขที่ 35 และ 36 มีเพียงสิทธิการเช่า แต่สิทธิการเช่าก็เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่มีราคาและถือเอาได้ เมื่อสิทธิการเช่าได้มาระหว่างสมรสก็เป็นสินสมรส ทั้งได้ความว่าอาคารดังกล่าวโจทก์และจำเลยปรับปรุงเป็นห้องให้เช่า เมื่อมีสิทธิการเช่าเท่ากับเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในตัวอาคารเสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของอาคารนั่นเอง การที่โจทก์เบิกความว่าเป็นเจ้าของอาคาร จึงเป็นการเข้าใจดังเช่นประชาชนทั่วไป นอกจากนี้โจทก์ก็เบิกความว่าเช่าอาคารจากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงเป็นการกล่าวอ้างว่ามีสิทธิการเช่าอันเป็นสินสมรสนั่นเอง ตรงตามที่บรรยายฟ้องว่ามีสินสมรสโดยไม่ได้ระบุตัวอาคาร ทั้งบันทึกท้ายทะเบียนการหย่าซึ่งแนบมาท้ายฟ้องถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องก็ระบุเพียงว่ามีสินสมรสร่วมกัน มิได้ระบุว่าอาคารเป็นสินสมรส เมื่อสิทธิการเช่าเป็นสินสมรสจึงตรงตามบันทึกท้ายทะเบียนการหย่าตามฟ้อง และบันทึกท้ายการหย่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2086/2557 นาง ช. โจทก์ นาย ค. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ช. · จำเลย - นาย ค.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กีรติ กาญจนรินทร์ · วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล · พิศิฏฐ์ สุดลาภา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี - นายสุรพล นิตินัยวินิจ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายอรรถพล เพชรกาฬ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำยช.(พ)260/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา