⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9861/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9861/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พระภิกษุสงฆ์เสพเมถุนถือเป็นอาบัติปาราชิกและขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว การแจ้งคำวินิจฉัยให้ทราบโดยชอบ แม้จำเลยไม่ลงลายมือชื่อรับทราบ ก็ถือว่าจำเลยทราบคำวินิจฉัยและต้องสึกภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ได้ทราบคำวินิจฉัยนั้น

ย่อคำพิพากษา

การเสพเมถุนของจำเลยเป็นการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยจึงเป็นอาบัติปาราชิกถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะอำเภอได้นำคำวินิจฉัยไปอ่านให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 17.20 นาฬิกา แม้จำเลยจะไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่ก็ถือได้ว่าจำเลยทราบคำวินิจฉัยโดยชอบแล้วซึ่งต้องสึกภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ทราบคำวินิจฉัยนั้น ตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 5, 15 ตรี, 20, 24, 26, 43 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 24, 26, 43 จำคุก 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนาและได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ทอง ตำบลคึมชาด อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 นางสำริตย์ ได้ร้องเรียนต่อคณะสงฆ์อำเภอหนองสองห้องว่านางสำริตย์และจำเลยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและจำเลยตกลงว่าจะรับเลี้ยงดูจึงขอให้คณะสงฆ์บอกให้สึกจากความเป็นพระภิกษุเพื่อมารับเลี้ยงดูตามที่ตกลงกัน เจ้าคณะอำเภอจึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ตามคำสั่งเจ้าคณะอำเภอหนองสองห้อง เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ ต่อมาวันที่ 6 พฤษภาคม 2553 จำเลยและนางสำริตย์มาให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ นางสำริตย์ให้การว่า ที่ให้การไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 และวันที่ 26 เมษายน 2553 นั้น ให้การไปด้วยความโมโหไม่เป็นความจริงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 คณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดพระธรรมวินัยโดยเสพเมถุนถึงขึ้นอาบัติปฐมปาราชิกตามรายงานผลการสอบสวนอธิกรณ์ ในวันเดียวกันเจ้าคณะอำเภอหนองสองห้องมีคำวินิจฉัยเห็นชอบด้วยกับคณะกรรมสอบสวนและมีคำวินิจฉัยว่า จำเลยประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยขั้นอาบัติปฐมปาราชิกต้องสึกให้พ้นจากความเป็นพระภิกษุภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยตามคำวินิจฉัย แต่จำเลยไม่ยอมสึก ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า พุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยสัจธรรม ความดีความงามของพุทธศาสนารวมทั้งศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเพื่อทำนุบำรุงศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง มิได้พิจารณาจากการกลับคำให้การของนางสำริตย์อันเป็นเท็จด้วยเจตนาช่วยเหลือจำเลยเพื่อระงับอธิกรณ์ โดยมีเหตุจูงใจให้จำเลยมาอยู่กินกับนางสำริตย์ฉันสามีภรรยา ดังนั้น จึงต้องยึดถือความจริงตามที่นางสำริตย์ให้การไว้แต่แรกในเรื่องจำเลยเสพเมถุนมารับฟังเป็นหลัก มิฉะนั้นจะถือได้ว่าการกลับคำให้การของนางสำริตย์เป็นการส่งเสริมให้จำเลยซึ่งเสพเมถุนดำรงอยู่ในพุทธศาสนาต่อไป ซึ่งนับว่าเป็นการผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง การเสพเมถุนของจำเลยเป็นการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยจึงเป็นอาบัติปาราชิกถือว่าขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะอำเภอได้นำคำวินิจฉัยไปอ่านให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 17.20 นาฬิกา แม้จำเลยจะไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่ก็ถือได้ว่าจำเลยทราบคำวินิจฉัยโดยชอบแล้วซึ่งต้องสึกภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้รับทราบคำวินิจฉัยตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เมื่อจำเลยฝ่าฝืนจำเลยจึงมีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9861/2557 พนักงานอัยการจังหวัดพล โจทก์ พระอธิการบุญสวน ปิยสีโล หรือนายบุญสวน เสนผาบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพล · จำเลย - พระอธิการบุญสวน ปิยสีโลหรือนายบุญสวน เสนผาบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ อเนกพุฒิ · ประยูร ณ ระนอง · ภาติยะ ดวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพล - นายกฤษณ์ โคตรทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางวิไลวรรณ ชิดเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4808/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา