⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 10614/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10614/2558

ป.พ.พ. ม.582 · พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.17

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลาง ถือเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดค่าเสียหายมากกว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง แม้จะอ้างแยกประเภทของค่าเสียหายมาในอุทธรณ์ด้วยก็ตาม แต่โดยสรุปแล้วก็เป็นการอุทธรณ์ในเรื่องค่าเสียหายที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน และศาลแรงงานกลางกำหนดให้แล้ว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม.17 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 570,082.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 8,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 จนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2551 จำเลยได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรโจทก์จึงมีหนังสือเลิกจ้างและไล่ออกตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2551 การกระทำของจำเลยเป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเรียกค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 570,082.63 บาท และเมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ไปทำงานแสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์จะทำงานกับโจทก์อีกต่อไปถือว่าจำเลยเลิกสัญญาจ้างแรงงานต่อโจทก์โดยปริยาย ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสอง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 อันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้และพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 8,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดค่าเสียหายมากกว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง แม้จะอ้างแยกประเภทของค่าเสียหายมาในอุทธรณ์ด้วยก็ตาม แต่โดยสรุปแล้วก็เป็นการอุทธรณ์ในเรื่องค่าเสียหายที่โจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน และศาลแรงงานกลางกำหนดให้แล้วนั่นเอง จึงเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลางอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10614/2558 บริษัทไทย รีไซเคิล คาร์ททริดจ์ จำกัด โจทก์ นางกรวรรณ เศรษฐบุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทย รีไซเคิล คาร์ททริดจ์ จำกัด · จำเลย - นางกรวรรณ เศรษฐบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · สมจิตร์ ทองศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิชัย วิสิทธวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.1113/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3116/2529ฎีกา 3817/2537ฎีกา 7174/2542ฎีกา 7083/2548ฎีกา 6877/2544ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 144/2535ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 654/2536ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2378/2564ฎีกา 11912/2553ฎีกา 8631/2550ฎีกา 8770/2548ฎีกา 584/2536ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 1328/2529ฎีกา 14260/2558ฎีกา 1352/2542ฎีกา 5678/2530ฎีกา 3820/2528ฎีกา 691/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา