คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3754/2558
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ซื้อได้ชำระราคาครบถ้วนแล้ว ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ตน แม้ผู้ขายจะถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่อาจปฏิเสธการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อได้ โดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องดำเนินการไถ่ถอนภาระจำยอมจากกองทรัพย์สินของผู้ขาย
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและบ้านกับลูกหนี้และได้ชำระเงินค่าที่ดินและบ้านแก่ลูกหนี้ครบถ้วนแล้ว ผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขาย แต่เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินและบ้านให้แก่ผู้ร้องได้เนื่องจากลูกหนี้ได้นำที่ดินและบ้านดังกล่าวไปจำนองแก่บริษัท บ. ซึ่งต่อมาบริษัทดังกล่าวได้โอนสิทธิการรับจำนองแก่ผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว เมื่อลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวได้ โดยลูกหนี้ไม่มีสิทธิอย่างใดตามสัญญาอีก คงเหลือเฉพาะหน้าที่ของลูกหนี้ที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญา สิทธิตามสัญญานั้นเป็นของผู้ร้องเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่อยู่ในดุลพินิจของผู้คัดค้านที่ 1 ที่จะพิจารณาว่าสิทธิตามสัญญาที่ผู้ร้องจะพึงได้มีรับภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้หรือไม่ เพราะประโยชน์ที่จะพึงได้ในการที่ผู้ร้องใช้สิทธิเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาตกได้แก่ผู้ร้อง หาตกได้แก่ลูกหนี้ไม่ ผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จึงไม่อาจปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายต่อผู้ร้องได้ ดังนั้น เมื่อผู้ร้องประสงค์จะขอรับโอนกรรมสิทธิ์พร้อมบ้านที่พิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงชอบที่จะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้อง โดยปลอดจำนอง โดยให้ผู้คัดค้านที่ 1 นำเงินจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ไถ่ถอนจำนองจากผู้คัดค้านที่ 2
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2551 โจทก์ฟ้องขอมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2552
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 ยอมรับสิทธิตามสัญญา โดยให้ลูกหนี้โดยผู้คัดค้านที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขาย จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องโดยปลอดภาระจำนอง
ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้แก้ไขคำสั่งของผู้คัดค้านที่ 1 ให้ผู้คัดค้านที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 96209 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีพร้อมบ้านเลขที่ 3/78 หมู่ 5 โครงการบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว ซอยบงกช 29 ถนนเลียบคลองสอง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 17.8 ตารางวา ให้แก่ผู้ร้อง โดยติดจำนองผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 มีว่า คำสั่งของศาลล้มละลายกลางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยเห็นควรวินิจฉัยก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายตามที่ผู้ร้องอ้างหรือไม่ เมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบทั้งหมดแล้ว น่าเชื่อว่าผู้ร้องได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับลูกหนี้และได้ชำระเงินค่าที่ดินและบ้านที่พิพาทแก่ลูกหนี้ครบถ้วนแล้วจริง ดังนั้น ผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวได้ เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องได้เนื่องจากลูกหนี้ได้นำที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวไปจำนองแก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ออมทรัพย์ จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2545 ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ซึ่งต่อมาบริษัทดังกล่าวได้โอนสิทธิการรับจำนองให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 แล้ว เมื่อลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าว โดยลูกหนี้ไม่มีสิทธิอย่างใดตามสัญญาอีกคงเหลือเฉพาะหน้าที่ของลูกหนี้จะต้องปฏิบัติตามสัญญา สิทธิตามสัญญานั้นเป็นของผู้ร้องเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่อยู่ในดุลพินิจของผู้คัดค้านที่ 1 ที่จะพิจารณาว่าสิทธิตามสัญญาที่ผู้ร้องจะพึงได้รับมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้หรือไม่ เพราะประโยชน์ที่จะพึงได้ในการที่ผู้ร้องใช้สิทธิเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาตกได้แก่ผู้ร้องหาตกได้แก่ลูกหนี้ไม่ ผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จึงไม่อาจปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายต่อผู้ร้องได้ ดังนั้น เมื่อผู้ร้องประสงค์จะขอรับโอนกรรมสิทธิ์พร้อมบ้านที่พิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงชอบที่จะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง โดยติดจำนองที่มีอยู่แก่ผู้คัดค้านที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้คัดค้านที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 96209 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านเลขที่ 3/78 หมู่ที่ 5 โครงการบ้านทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว ปทุมแลนด์ รังสิต คลองสอง ซอยบงกช 29 ถนนเลียบคลองสอง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่ 17.8 ตารางวา แก่ผู้ร้องโดยปลอดภาระจำนองของผู้คัดค้านที่ 2 โดยให้ผู้คัดค้านที่ 1 นำเงินจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ไปไถ่ถอนจำนองจากผู้คัดค้านที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3754/2558
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์
นางสาววิภาภรณ์ คุณาพัทธ์ ผู้ร้อง
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กับพวก ผู้คัดค้าน
นางสาวประภัสสร ทอราซองหรือศุภวิรุตม์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - นางสาววิภาภรณ์ คุณาพัทธ์ · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กับพวก · จำเลย - นางสาวประภัสสร ทอราซองหรือศุภวิรุตม์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · ปิยกุล บุญเพิ่ม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลล้มละลายกลาง - นายโชค จงสงวน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ล.725/2554 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา