⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 637/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ลูกหนี้ไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเอง การร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดถือเป็นการกระทำที่ลูกหนี้ไม่มีอำนาจกระทำได้

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 และมาตรา 24 ได้กล่าวไว้ชัดแจ้งว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน ไม่ว่าในชั้นพิจารณาหรือชั้นบังคับคดี การร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นการต่อสู้คดีใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างหนึ่งอันเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยที่ 2 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์พิพาทที่ดินโฉนดเลขที่ 82371 ถึง 82374 และ 82096 ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 82371, 82372 และ 82096 พร้อมสิ่งปลูกสร้างได้ในราคา 13,000,000 บาท และประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 82373 และ 82374 พร้อมสิ่งปลูกสร้างในราคา13,000,000 บาท และประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 82373 และ 82374 พร้อมสิ่งปลูกสร้างในราคา 13,600,000 บาท จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาท โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ก่อนถึงวันนัดไต่สวน โจทก์ยื่นคำแถลงว่า จำเลยที่ 2 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 1882/2550 ของศาลล้มละลายกลาง จำเลยที่ 2 แถลงรับว่า ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2550 และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 จริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังได้ว่า หลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 แล้ว ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2550 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด ตามคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 1882/2550 และพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดทรัพย์จำนองดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2555 ให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ไปในราคา 13,000,000 บาท และ 13,600,000 บาท ตามลำดับ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2555 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 และมาตรา 24 ได้กล่าวไว้ชัดแจ้งว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือกิจการของตน ไม่ว่าในชั้นพิจารณาหรือชั้นบังคับคดี การร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นการต่อสู้คดีใด ๆ หรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างหนึ่งอันเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยที่ 2 ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2558 กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล โจทก์ นางประณยา สีห์พิริโยดม ผู้ซื้อทรัพย์ นางนงลักษณ์ สนไพโรจน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กองทุนรวมบางกอก แคปปิตอล · ผู้ซื้อทรัพย์ - นางประณยา สีห์พิริโยดม · จำเลย - นางนงลักษณ์ สนไพโรจน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์ · ธีระ เบญจรัศมีโรจน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ