คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2523/2559
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีต่อบุคคลที่ถึงแก่ความตายไปก่อนวันฟ้อง ถือเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยถึงแก่ความตายก่อนโจทก์ฟ้องคดีจึงไม่มีสภาพบุคคลในขณะโจทก์ยื่นฟ้อง โจทก์มิอาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลได้ ฟ้องของโจทก์และกระบวนพิจารณานับแต่ศาลชั้นต้นรับฟ้องมาจึงมิชอบ แต่เมื่อรับฟ้องไว้แล้ว จึงต้องจำหน่ายคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 19201 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมกับส่งมอบสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 226/1 หมู่ที่ 10 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในสภาพเรียบร้อย กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ต่อมาโจทก์ขอให้บังคับคดีแก่จำเลย เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลชั้นต้นว่า นางวิเชียร ผู้ร้องที่ 1 และนายมนัส บริวารจำเลยยังคงอยู่ในที่ดินพิพาท ขอให้มีคำสั่งจับกุมและกักขังนางวิเชียร และนายมนัส ศาลชั้นต้นออกหมายจับ
ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการปฏิบัติตามคำบังคับ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง
ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่ผู้ร้องทั้งสอง
ผู้ร้องทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และส่งสำนวนคืน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพื่อพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ และฎีกา ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ
ผู้ร้องทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 604/2547 ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งโจทก์ จำเลยและผู้ร้องทั้งสองในคดีนี้เป็นบุคคลเดียวกับคู่ความในคดีดังกล่าว ตามคำร้องของผู้ร้องที่ 1 ฉบับลงวันที่ 19 สิงหาคม 2558 ประกอบเอกสารท้ายคำร้องว่า จำเลยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2542 โดยโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีดังกล่าวมิได้โต้แย้งคัดค้าน ดังนั้น ขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2545 จำเลยจึงไม่มีสภาพบุคคลในขณะโจทก์ยื่นฟ้อง โจทก์มิอาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลได้ ฟ้องของโจทก์และกระบวนพิจารณา นับแต่ศาลชั้นต้นรับฟ้องมาจึงมิชอบ แต่เมื่อรับฟ้องไว้แล้ว จึงต้องจำหน่ายคดี
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้จำหน่ายคดีของโจทก์ออกจากสารบบความ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2523/2559
นางพรสุภาหรือนวภรพัฒน์ ลีลาพัฒนสุข โจทก์
นางวิเชียร ผลมี กับพวก ผู้ร้อง
นางวาสนา จุลมนต์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางพรสุภาหรือนวภรพัฒน์ ลีลาพัฒนสุข · ผู้ร้อง - นางวิเชียร ผลมี กับพวก · จำเลย - นางวาสนา จุลมนต์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิทักษ์ คงจันทร์ · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสญชัย กีรติกฤติยานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวิชิต วิจิตรสกุลศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.2916/2558 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา