คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6442/2562
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติไม่อาจนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อวินิจฉัยการกระทำของจำเลยได้ หากข้อเท็จจริงในรายงานขัดแย้งกับคำฟ้องหรือคำรับสารภาพ ศาลควรสืบพยานเพิ่มเติม.
ย่อคำพิพากษา
แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีอำนาจที่จะนำข้อเท็จจริงตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติมาประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษแก่จำเลย แต่ไม่อาจนำมารับฟังในฐานะพยานหลักฐานเพื่อวินิจฉัยการกระทำของจำเลยที่ถูกฟ้องด้วยไม่ โดยหากเห็นว่าการกระทำของจำเลยตามรายงานการสืบเสาะและพินิจขัดแย้งกับคำฟ้องของโจทก์และคำรับสารภาพของจำเลย ก็ชอบแต่จะให้ศาลชั้นต้นสืบพยานเพิ่มเติมให้ชัดแจ้ง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นาย ท. |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล · รังสรรค์ วิจิตรไกรสร · ศิริชัย จันทร์สว่าง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระยอง - นายสรรชัย รุ่งโรจน์ชนาทิพย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นางสาวอรุณี กระจ่างแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.2059/2562 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา