คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2466
ป.วิ.แพ่ง ม.71
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคำพิพากษาเด็ดขาดได้ ย่อมส่งผลให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องผูกพันตามคำพิพากษาดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
เดิม ต. ฟ้องเรียกที่นา ๓๙ ไร่เศษจาก ค. ตามสัญญาแบ่งทรัพย์ระหว่าง ต. แล ค. ศาลฎีกาได้พิพากษาเด็ดขาดแล้วว่า ถ้า ต.จัดการโอนที่นา ๑๓ ไร่ที่ ม.ยอมยกให้แก่ ค.แล้ว ให้ ค.โอนกรรมสิทธิที่นา ๓๙ ไร่เศษให้ ต.
ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรีได้เรียก ต. ค. แล ม. มาให้จัดการตามคำพิพากษาเปน ๓ - ๔ ครั้ง ก็ไม่เปนการตกลง โดยค.จะเอาที่นาแปลงอื่นซึ่งมีเนื้อที่นา ๑๑ ไร่ ต่อมา ม.ขายที่รายนี้เสีย
ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษวินิจฉัยว่า การที่ ต. ไม่สามารถส่งที่นา ๑๑ ไร่ให้แก่ ค. ได้ ต้องถือว่าเปนความผิดของ ต. ไม่ควรบังคับจำเลย
ศาลฎี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.71 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิม ต. ฟ้องเรียกที่นา ๓๙ ไร่เศษจาก ค. ตามสัญญาแบ่งทรัพย์ระหว่าง ต. แล ค. ศาลฎีกาได้พิพากษาเด็ดขาดแล้วว่า ถ้า ต.จัดการโอนที่นา ๑๓ ไร่ที่ ม.ยอมยกให้แก่ ค.แล้ว ให้ ค.โอนกรรมสิทธิที่นา ๓๙ ไร่เศษให้ ต.
ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรีได้เรียก ต. ค. แล ม. มาให้จัดการตามคำพิพากษาเปน ๓ - ๔ ครั้ง ก็ไม่เปนการตกลง โดยค.จะเอาที่นาแปลงอื่นซึ่งมีเนื้อที่นา ๑๑ ไร่ ต่อมา ม.ขายที่รายนี้เสีย
ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษวินิจฉัยว่า การที่ ต. ไม่สามารถส่งที่นา ๑๑ ไร่ให้แก่ ค. ได้ ต้องถือว่าเปนความผิดของ ต. ไม่ควรบังคับจำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ม. ได้แสดงความเต็มใจที่จะโอนที่นา ๑๓ ไร่ให้แก่ ค. ตั้งแต่แรกแล้วนับว่า ต. ได้จัดการตามน่าที่ของตนแล้ว แต่หาก ค. ไม่ยอกจะขอเอาที่รายอื่นนอกออกไปจากคำพิพากษาศาลล่างยอมเลื่อนการบังคับไปหลายครั้ง ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๑ ศาลล่างควรถือว่าการที่จะบังคับความให้เสร็จไปโดยเร็วเปนการสำคัญ มิฉนั้นจะเปนความเดือดร้อนแก่คู่ความซึ่งชนะคดีแล้วไม่ได้รับผลเต็มตามคำพิพากษา การบังคับความเนิ่นช้าเปนการไร้ผลแก่ผู้ชนะคดี
คำพิพากษาชั้นเดิมได้บังคับให้ ต. ส่งที่นาของ ม. ราย ๑๓ ไร่ต่างหาก เมื่อ ต.แล ม. ยินยอมแล้วจะว่า ต. ผิดมิได้ การที่ ค.ร้องขอนา ๑๑ ไร่นั้นเปนเรื่องนอกคำพิพากษาที่เด็ดขาดแล้ว คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษที่ว่าเมื่อ ต. ส่งที่นา ๑๑ ไร่ไม่ได้ ฝ่าย ต. จึงเปนผู้ผิดนั้น หาถูกต้องในการบังคับคดีให้เปนไปตามคำพิพากษาฎีกานั้นไม่ อาศรัยเหตุนี้ จึงบังคับให้ ค. โอนที่นา ๓๙ ไร่เศษให้แก่ ต. แลเมื่อ ค.จะรับโอนที่นา ๑๓ ไร่ของ ม. ก็ให้ ต.แล ม. จัดการโอนให้ ค.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2466
นางตุ่น โจทก์
นายคำ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางตุ่น · ล. - นายคำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินดา · กฤติ · หริศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา