คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2473
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเบิกความในชั้นไต่สวนอย่าง 1 และมาเบิกที่ศาลอีกอย่าง 1 เมื่อโจทก์ไม่มีพะยานมาแสดง ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเบิกความเท็จต่อศาล วิธีพิจารณาอาชญา หน้าที่นำสืบ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จ โจทก์ต้องนำสืบให้สม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.156
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเบิกความเท็จต่อศาลโดยจำเลยเบิกความในชั้นไต่สวนอย่าง ๑ แล้วมาเบิกความที่ศาลอีกอย่างหนึ่ง แต่โจทก์ไม่มีพะยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลเลย ดังนี้
ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๑๕๖ ให้จำคุกไว้คนละ ๑ ปี ๖ เดือน
ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยกฟ้องฉะเพาะตัว ฉ.จำเลย นอกจากนี้ยืนตาม
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ ฉ.จำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จต่อศาล เปนหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบว่าข้อความที่จำเลยเบิกนั้นเปนเท็จ เมื่อโจทก์ไม่มีพะยานหลักฐานมาแสดง ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้เบิกความเท็จต่อศาล จึงตัดสินให้ยกฟ้องปล่อย ฉ.จำเลยไปตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2473
อัยยการอ่างทอง โจทก์
นายมุ้ย จินดารัต นายโฉม ทรัพย์มาก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการอ่างทอง · จำเลย - นายมุ้ย จินดารัต นายโฉม ทรัพย์มาก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · หริศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หม่อมเจ้าวุฒิภาค · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภะรต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา