คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยผู้รับรองว่านายประกันมีทรัพย์สินจริง มีหน้าที่นำสืบว่าตนเองได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของนายประกันจริง หากจำเลยไม่สามารถนำสืบได้ โจทก์เพียงแต่ต้องสืบให้ได้ว่าจำเลยรู้ว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ของนายประกัน ก็สามารถลงโทษจำเลยได้
ย่อคำพิพากษา
หน้าที่นำสืบจำเลยเปนผู้รับรองว่านายประกันตัวผู้ร้ายในคดีอาญามีทรัพย์สมบัติจริง เมื่อปรากฏว่านายประกันไม่มีทรัพย์ เปนหน้าที่โจทก์สืบว่าจำเลยรู้แล้วว่าทรัพย์รับรองนั้นไม่ใช่ของนายประกันจึงจะลงโทษจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า ล.กับพวกได้ยื่นคำร้องขอประกันผู้ร้ายในคดีอาญาเรื่องหนึ่ง อ้างว่ามีทรัพย์สมบัติตามบัญชีที่ยื่นต่อศาล จำเลยเปนผู้รับรองว่า ล.มีทรัพย์สมบัติจริง ต่อมาส่งตัวผู้ร้ายไม่ได้ ศาลสั่งให้นายประกันวางเงินสด นายประกันไม่มีเงินมาวาง จึงเรียกตัวนายประกันมาสอบถาม นายประกันให้การว่าตามบัญชีทรัพย์นั้น ความจริงเปนของนายประกันอย่างเดียว คือ เรือน นอกนั้นเปนของมารดา แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้อยู่ว่าทรัพย์เหล่านั้นไม่ใช่เปนของนายประกัน
ศาลเดิมยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์กลับว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๑๑๘
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลเดิม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2473
อัยยการพิษณุโลก โจทก์
นายละม้าย ชลวิสุทธิ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิษณุโลก · จำเลย - นายละม้าย ชลวิสุทธิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชัย · พิพาก · พรหม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระประมวล · ศาลอุทธรณ์ - พระสุธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา