คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2477
ย่อคำพิพากษา
คำว่า บังอาจ มีความหมายเพียงไร "บังอาจ" เป็นคำใช้เพื่อแสดงว่าไม่มีอำนาจทำได้ตามกฎหมายแม้ตามมาตรา 338 ข้อ 3 จะขาดคำว่าบังอาจก็หาทำให้ความประสงค์ผิดไปจากหลักกฎหมายทั่วไปไม่ แลเมื่อปรากฎว่าต่างสมัครใจทำร้ายกันก็อาจมีโทษตามมาตรานี้ได้
ฎีกาอุทธรณ์ ฟ้องมีมูลเป็นคดีอาชญาหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย วิธีพิจารณาอาชญา คำสั่งระวางพิจารณา การที่ศาลสูงพิจารณาคดีเสร็จสำนวนแล้วสั่งให้ศาลล่างทำอย่างไรต่อไปนั้นไม่ใช่คำสั่งระวางพิจารณาคู่ความย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.338
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาชญามาตรา ๓๓๘ ข้อ (๓)
ศาลเดิมไม่สืบพะยานทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมัครใจวิวาทกัน การสมัครใจไม่เป็นการบังอาจ เพราะบทที่โจทก์อ้างมาต้องมีการบังอาจ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นฟ้องโจทก์ถูกต้องแล้วเพราะการทำร้ายกันเป็นการบังอาจในตัวแล้วจึงพิพากษากลับให้ศาลเดิมดำเนินการพิจารณาต่อไปตามรูปความ
ป. จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์ไม่มีมูลเป็นคดีอาชญา
ศาลฎีกาเห็นว่าคำว่า "บังอาจ" หามีคำอธิบายอยู่ในกฎหมายอาชญามาตรา ๖ ไม่ แ+บเป็นคำที่ใช้เพื่อแสดงความว่าไม่มีอำนาจทำได้ตามกฎหมายก็ได้ชื่อว่าบังอาจ และตามฟ้องโจทก์ก็ปรากฎว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน เพราะฉะนั้นถ้าทำผิดจริงทั้ง ๒ ฝ่ายก็อาจมีโทษตามมาตรา ๓๓๘ ข้อ(๓) ได้แลเห็นว่าตามมาตรา ๓๓๘ ข้อ (๓) แม้จะขาดคำว่าบังอาจก็หามีความประสงค์ผิดแผกไปจากหลักกฎหมายทั่วไปไม่ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2477
อัยยการปากพนัง โจทก์
นายเปียะเหล็ง นายเจ๊ก นายปาน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการปากพนัง · จำเลย - นายเปียะเหล็ง นายเจ๊ก นายปาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · กฤต · อมาตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา