คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 82/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้ฎีกาโดยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ (อนาถา) ต้องพิจารณาครบถ้วนทั้งข้อเท็จจริงที่แสดงถึงการเป็นผู้อนาถา และข้อเท็จจริงที่แสดงว่าคดีมีมูล หากศาลชั้นต้นอนุญาตเพียงข้อเดียวโดยมิได้วินิจฉัยอีกข้อหนึ่ง ต้องสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง
ย่อคำพิพากษา
อนาถา ก่อนที่ศาลเดิมจะสั่งอนุญาตให้คู่ความอนาถาได้จะต้องได้ความ 2 ข้อ คือ (1) อนาถาจริง (2) คดีมีมูลอาจชนะได้ ถ้าศาลเดิมอนุญาตให้ฎีกาอนาถาโดยสั่งแต่ฉะเพาะในข้ออนาถาอย่างเดียวมิได้สั่งว่าคดีมีมูลหรือไม่แล้ว ต้องย้อนสำนวนให้ศาลเดิมสั่งใหม่ให้ถูกต้องตามวิธีพิจารณา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฎีกาขอว่าความอย่างอนาถาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ตัดสินให้ยกฟ้องโจทก์กลับคำพิพากษาศาลเดิมซึ่งให้ปรับจำเลยที่ ๑ ฐานขาย+เป็นเงิน ๑๖๐ บาท เป็นสินไหมกึ่งพินัยกึ่งกับให้ริบนาของจำเลยที่ ๒
ศาลเดิมไต่สวนอนาถาแล้วสั่งว่าได้ฟังการไต่สวนแล้วเห็นว่าโจทก์เป็นอนาถาจริง ให้โจทก์ฎีกาอย่างอนาถาได้
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๑๕ ก่อนที่จะอนุญาตให้ว่าความอย่างอนาถาจะต้องได้ความ ๒ ข้อคือ (๑) อนาถาจริง (๒) คดีมีมูลอาจชนะได้ แต่ศาลเดิมยังไม่ได้สั่งว่าคดีมีมูลหรือไม่ จึงย้อนสำนวนให้ศาลเดิมสั่งเสียใหม่ให้ถูกต้องตามวิธีพิจารณา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 82/2477
นายโต๊ะ เทียมทัด โจทก์
นายเส่ง ใจสุขที่ 1 นายเจ๊ก ใจสุขที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโต๊ะ เทียมทัด · จำเลย - นายเส่ง ใจสุขที่ 1 นายเจ๊ก ใจสุขที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · พรหม · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา