คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ต่อมาศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์ ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกฟ้องจำเลยได้ แม้จำเลยบางคนจะมิได้ฎีกาเข้ามาด้วยก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลย 3 คนฐานปล้นทรัพย์จำเลย 2 คนฎีกา+ศาลฎีกาฟังว่าผู้เสียหายมิได้ถูกปล้นดังโจทก์+ดังนี้ ก็พิพากษายกฟ้อง+ถึงจำเลยคนที่มิได้+ขึ้นมาด้วยได้เพราะเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยทั้งสามคนฐานปล้นทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา ม.๓๐๑
นายบุญ นายบัว จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่เชื่อว่าผู้เสียหายได้ถูกปล้นดังโจทก์ฟ้อง จึงเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดีแม้นายเริญจำเลยจะมิได้ฎีกาขึ้นมาด้วยก็ดีก็ควรได้รับผลด้วยเช่นเดียวกัน พิพากษากลับศาลล่างทั้ง ๒ ให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยทั้งสามพ้นข้อหาไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2481
อัยยการสุพรรณบุรี โจทก์
นายเริญ ฟันขาว, นายบุญ มาพลายบุญ,นายบัว บุญประเสริฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุพรรณบุรี · จำเลย - นายเริญ ฟันขาว, นายบุญ มาพลายบุญ,นายบัว บุญประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อมาตย์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสอาด เตียพานิช+ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา