คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 490/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งอยู่กับกลุ่มผู้กระทำผิด และเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น บุคคลนั้นได้ร่วมกระทำหรือสนับสนุนการกระทำความผิดนั้นด้วย ถือว่าบุคคลนั้นได้สมคบกับผู้กระทำผิดในการกระทำความผิดนั้น
ย่อคำพิพากษา
พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการสมคบกันกระทำผิด+มีดนั่งอยู่กับพวกผู้ร้าย+เจ้าทุกข์เดินมา ผู้ร้ายเข้าตีแล้วแย่งเอาสายสร้อย+หนีไปก็วิ่งตามไปด้วยดังนี้ ถือว่าได้สมคบกับผู้ร้ายในการปล้นรายนี้ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยทั้ง ๒ กับ พ.ถือมีด จ.ถือไม้นั่งอยู่ด้วยกันบนสะพาน พอเจ้าทุกข์เดินมาถึง จ.ก็ตีเจ้าทุกข์ล้มลง พ.แย่งเอาสายสร้อยได้แล้ววิ่งหนีไป จ.ยืนคุมเจ้าทุกข์อยู่ และจำเลยทั้ง ๒ ก็อยู่ด้วย พอเจ้าทุกข์ร้องให้คนช่วย จ.ตีเจ้าทุกข์อีกที ๑ แล้วจึงหนีไปด้วยกันทั้ง ๓ คน
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามข้อเท็จจริงเช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยได้สมคบกับ จ.พ.ในการปล้นรายนี้ด้วย จำเลยต้องมีความผิดจึงพิพากษาลงโทษจำเลยยืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 490/2481
อัยยการสุพรรณบุรี โจทก์
นายเข้า นายสิน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุพรรณบุรี · จำเลย - นายเข้า นายสิน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นิติศาสตร์ · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงมนูนัยวิมลพากย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระสุทธิอรรถฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา