คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเอกสารสำคัญของคดีสูญหายไป และทนายความของคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ตรวจดูและรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารแล้ว โจทก์ย่อมสามารถนำพยานบุคคลมาสืบแทนเอกสารต้นฉบับได้
ย่อคำพิพากษา
เอกสารสัญญากู้ได้หายไปเมื่อฟ้องคดีแล้ว และทนายของคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายได้เห็นและตรวจสัญญากู้แล้ว รับรองว่าถูกต้องกับสำเนาที่ส่งต่อศาลเช่นนี้ โจทก์ย่อมนำพะยานบุคคลมาสืบแทนสัญญากู้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๖๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน
จำเลยทั้ง ๒ ให้การปฏิเสธสัญญากู้และค้ำประกัน.
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า หลักฐานพะยานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยทั้ง ๒ ได้กู้และค้ำประกันตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าเมื่อฟ้องคดีนี้แล้ว สัญญากู้ได้หายไปแต่โจทก์มีพะยานที่เป็นผู้เขียนและลงชื่อเป็นพะยานในสัญญากู้ และค้ำประกันมาสืบได้พรักพร้อมและทนายของคู่ความทั้ง ๒ ฝ่าย ได้เห็นและตรวจสัญญากู้แล้ว รับรองว่าถูกต้องกับสำเนาที่ส่งต่อศาล รูปเรื่องไม่น่าคิดเลยว่าพะยานจะกล่าวเท็จ จึงพิพากษากลับให้จำเลยที่ ๑ ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย ถ้าจำเลยที่ ๑ ใช้ไม่ได้เท่าใดให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทนจนครบ.
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าแม้สัญญากู้เดิมจะหายไปก็ดี ก็ได้มีสำเนาอันถูกต้องติดท้ายฟ้องมาแล้ว กับโจทก์มีพะยานบุคคลมาสืบสมสัญญากู้ของโจทก์ทุกประการจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2484
นายเสงี่ยมเล็ก ทรงศิริ โจทก์
นายและมันดีที่ 1 นางเนาะร์หวังเจริญที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเสงี่ยมเล็ก ทรงศิริ · จำเลย - นายและมันดีที่ 1 นางเนาะร์หวังเจริญที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศรภักดีธรรมวิเทต · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา