คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2485
ย่อคำพิพากษา
ใช้ให้ผู้อื่นไปปล้น แม้จะปรากฏว่าพวกที่รับใช้ไปนั้นกลับใจ ก็ไม่ทำให้ผู้ใช้พ้นผิดตามมาตรา 174
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ ส.ต.ต. เสนอกับพวกปล้นเงินกรมรถไป แต่เจ้าพนักงานจับได้ก่อนความผิดเกิดขึ้น และจำเลยมีปืนเบรานิง ๑ กะบอกโดยมิได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีผิดตามมาตรา ๑๗๔ กฏหมายลักษณอาญาและ พ.ร.บ.อาวุธปืนมาตรา ๕๒ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ผิด
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฏีกาศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความชัดว่าจำเลยใช้พวกให้ไปปล้นเพราะพวกที่รับใช้มีถึง ๓ คน อาวุธปืนที่มีไว้ก็สั่งให้ใช้ทำร้ายในเวลาทำการจึงเข้าเกณฑ์ปล้น และเป็นการใช้ให้ทำการปล้น จึงมิใช่คั้นเตรียมการ ส่วนที่ปรากฏว่าพวกผู้รับใช้เกิดกลับใจ การกลับใจของผู้รับใช้ก็ไม่ทำให้ผู้ใช้พ้นผิด ทั้งยังได้ความว่าจำเลยไม่รู้ถึงการกลับใจของผู้รับใช้ ยังคงเจตนาใช้ตลอดมาจนถูกจับ ย่อมมีผิดตามมาตรา ๑๗๔ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2485
พนักงานอัยยการ โจทก์
นายร้อยตำรวจเอกทองใบ สว่างทิศ นางบุบผา โรจนวงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - นายร้อยตำรวจเอกทองใบ สว่างทิศ นางบุบผา โรจนวงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศรภักดีธรรมวิเทต · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · ธรรมบัณฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา