คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476/2492
ย่อคำพิพากษา
เมื่อผู้ส่งของออกนอกราชอาณาจักรได้ยื่นใบส่งสินค้าโดยถูกต้อง และได้เสียค่าภาษีศุลกากรตามพิกัดอัตราในเวลาออกใบขนสินค้านั้นเสร็จแล้ว หากเรือบันทุกของยังไม่ได้ออกเดินทางได้มีการประกาศใช้พิกัดอัตราศุลกากรใหม่ พนักงานเจ้าหน้าที่หามีอำนาจที่จะเพิกถอนใบขนสินค้าที่ออกไปโดยครบถ้วนถูกต้องแล้วนั้นไม่ เมื่อใบขนสินค้ายังคงใช้ได้อยู่ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีทางเรียกเก็บค่าภาษีใหม่ได้แต่ประการใด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.10 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.45 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.46
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทมีเรือรับขนสินค้า จำเลยได้ทำสัญญากับโจทก์ส่งสินค้าไปที่ฮ่องกงโดยเรือฟูซิงและมีหน้าที่ชำระค่าภาษีอากรเอง ในระหว่างเรือโป๊ะของโจทก์ยังบันทุกสินค้าของจำเลยอยู่ที่เกาะสีชัง รัฐบาลไทยได้เพิ่มอากรสำหรับสินค้าส่งออกจากประเทศ กรมศุลกากรไม่ยอมปล่อยสินค้าของจำเลยจนกว่าจะชำระเงินค่าภาษีอากรเพิ่มเติมให้ แต่กรมศุลกากรยอมคอยการชำระเงินรายนี้ ถ้าโจทก์ยอมประกันการชำระหนี้ ผู้แทนโจทก์ได้เซ็นประกันการชำระเงินภาษีเพิ่มเติม กรมศุลกากรและโจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระเงินภาษีนี้ จำเลยไม่ยอมชำระให้ กรมศุลกากรจึงให้โจทก์ชำระเงินรายนี้ในฐานะเป็นผู้ประกัน โจทก์ได้ชำระเงินรายนี้ให้แก่กรมศุลกากรแทนจำเลยแล้ว จึงขอให้บังคับจำเลยใช้เงินให้แก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่า เงินค่าภาษีรายนี้ผู้ส่งของได้ชำระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่มีหน้าที่จะต้องชำระค่าภาษีเพิ่มเติมอีก พิกัดอัตราศุลกากรที่ประกาศภายหลังที่ผู้ส่งของได้เสียภาษีอากรแล้ว และได้รับอนุญาตให้นำของออกนอกประเทศได้แล้ว หามีผลกระทบกระเทือนต่อผู้ส่งของให้ต้องเสียภาษีอากรเพิ่มขึ้นไม่ หากโจทก์ชำระเงินรายที่ฟ้องไปจริง โจทก์จะเรียกร้องเอาจากใครไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่มี ก.ม.ในที่ใดบังคับว่าการเสียค่าภาษีจะต้องเสียตามพิกัดอัตราของกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะการส่งของออกเป็นอันสำเร็จ แต่ตรงกันข้ามตามถ้อยคำในมาตรา ๑๐ พ.ร.บ.ศุลกากร ๒๔๖๙ นั้นกลับปรากฎว่า ท่านบังคับให้เสียค่าภาษีแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ ฉะนั้นเมื่อผู้ส่งของออกได้ยื่นใบส่งสินค้าโดยถูกต้อง และได้เสียค่าภาษีศุลกากรตามพิกัดอัตราในเวลาออกใบขนส่งสินค้านั้น ทั้งได้ปฏิบัติตาม ก.ม.ในเรื่องอื่นครบถ้วนแล้ว ผู้ส่งของก็มีสิทธิหรือความชอบธรรมที่จะส่งของออกไปจนสำเร็จได้ พ.ร.บ.พิกัดอัตราศุลกากรฉะบับใหม่ไม่มีข้อความบังคับให้ย้อนหลัง จึงต้องถือว่าให้ใช้บังคับแก่การเสียภาษีในเวลาออกใบขนสินค้าให้ ซึ่งจะมีต่อไปภายหลังการใช้บังคับ พ.ร.บ.นั้น ตามนัยแห่งมาตรา ๑๐ ดังกล่าวข้างต้น พนักงานเจ้าหน้าที่หามีอำนาจที่จะเพิกถอนใบขนสินค้าที่ออกไปโดยครบถ้วนถูกต้องแล้วไม่ เมื่อใบขนสินค้าใช้ได้อยู่ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีทางเรียกเก็บค่าภาษีใหม่ได้แต่ประการใด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 476/2492
บริษัทอีสท์เอเชียติ๊ก จำกัด โดยนายอี แฮนเสน ผู้จัดการ โจทก์
นายเอนก ค้าดี นายมก แซ่ตั้ง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทอีสท์เอเชียติ๊ก จำกัด โดยนายอี แฮนเสน ผู้จัดการ · ล. - นายเอนก ค้าดี นายมก แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชวน สิงหลกะ · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา