⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1511-1515/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1511-1515/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานขบถนั้น โจทก์ไม่จำต้องบรรยายเจาะจงว่าจำเลยแต่ละคนกระทำสิ่งใด ที่ไหน หรือเมื่อใดบ้าง รัฐบาลที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่และบริหารราชการแผ่นดินโดยเด็ดขาดจนเป็นที่ยอมรับนับถือทั่วไป ถือเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ให้แก่ผู้กระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่ง ไม่ครอบคลุมถึงการกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญฉบับอื่น

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยกับพวกสะสมกำลับเครื่องศาสราวุธ สมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถช่วยกันปกปิดความผิด ไม่นำความไปร้องเรียน และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ ทั้งได้บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำของจำเลยไว้โดยชัดแจ้งแล้วย่อมเป็นฟ้องที่ถูกต้องตาม ป.ม.วิอาญามาตรา 158 โจทก์ไม่จำต้องกล่าวเจาะจงจำเลยเป็นคน ๆ ไปว่าผู้ใดกระทำอย่างใด ที่ไหน เวลาใดบ้าง รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นหลักแห่งการปกครองพระราชอาณาจักรแต่ละฉบับย่อมมีบทบัญญัติแตกต่างกันราชประเพณีการปกครองย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญนั้น การที่จำเลยนำเอารัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทยฉบับอื่นมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักร รัฐบาลที่ได้ตั้งขึ้นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นได้เข้าครอบครองและบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสำเร็จเด็ดขาดและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติตลอดมา เป็นที่ยอมรับนับถือกันทั่วไปว่าเป็นรัฐบาลอันสมบูรณ์มาช้านานจนบัดนี้ ย่อมถือว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมาย พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ที่นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 กลับมาใช้ใน พ.ศ.2492 หาได้ไช้แก่ผู้ที่จะนำรัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาใช้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.101 กฎหมายลักษณะอาญา ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๔ สำนวนนี้ โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกับพวกสมคบกันกระทำการขบถในราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๐๑,๑๐๒,๖๓ จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ และตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม และพิพากษาว่าจำเลย ๑๑ คนมีความผิดตามมาตรา ๑๐๑,๕๙ ประกอบกับมาตรา ๓๘(๒) ให้จำคุกคนละ ๙ ปี ส่วนจำเลยอีก ๑๖ คนให้ยกฟ้องปล่อยตัวไป โจทก์และจำเลยที่ต้องโทษอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกพลตรีสมบูรณ์ ร.อ.ล้วนและนายประชุมจำเลย คนละ ๙ ปี และยกฟ้อง ร.อ.เจริญจำเลย นอกนั้นยืนตาม โจทก์และจำเลยที่ต้องโทษฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่า (๑) ฟ้องของโจทก์หาว่าจำเลยกับพวกสะสมกำลับเครื่องศาสตราวุธ สมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถ ช่วยกันปกปิดความผิดโดยไม่นำความไปร้องเรียน และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ ทั้งได้บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำของจำเลยไว้โดยชัดแจ้งแล้วฟ้องของโจทก์ย่อมเป็นฟ้องที่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ โจทก์ไม่ต้องกล่าวเจาะจงจำเลยเป็นคน ๆ ไปว่า ผู้ใดกระทำอย่างใด ที่ไหน เวลาใดบ้าง (๒) จำเลยกล่าวว่า การยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในขณะนั้น แล้วนำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.๒๔๗๕ มาใช้แทนไม่นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักร ศาลฎีกาเห็นว่า รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นหลักแห่งการปกครองพระราชอาณาจักร แต่ละฉบับย่อมมีบทบัญญัติแตกต่างกัน ราชประเพณีการปกครองย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญนั้น การที่จำเลยนำเอารัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักร (๓) จำเลยเถียงว่า รัฐบาลที่โจทก์หาว่าจำเลยกับพวกจะล้มล้างทำลายเป็นรัฐบาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเป็นรัฐบาลที่ตั้งขึ้นจากรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่ารัฐบาลที่โจทก์หาว่าพวกจำเลยทำลายนั้นเป็นรัฐบาลที่ตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นคือรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๔๙๐ รัฐธรรมนูญที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ได้เข้าครอบครองและบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสำเร็จเด็ดขาดและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติไว้ได้และตลอดมาเป็นที่ยอมรับนับถือว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมายมาช้านานจนบัดนี้ ไม่มีเหตุอันใดที่จะไม่ถือว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมาย (๔) จำเลยเถียงว่า หากจะถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิด จำเลยก็ได้รับนิรโทษกรรมตามพ.ร.บ. นิรโทษกรรมแก่ผู้ที่นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๔๗๕ กลับมาใช้ใน พ.ศ.๒๔๙๔ ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว หาใช่ใช้แก่จำเลยไม่ เพราะความจริงขณะเกิดเหตุ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๔๙๐ ยังใช้บังคับอยู่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพื่อให้มีการเลิกใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๔๙๐ หาใช่เลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๔๙๒ ไม่ การกระทำของจำเลยไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม พิพากษาแก้ในข้อเท็จจริง ให้ยกฟ้องปล่อยตัว ร.อ.ล้วนและนายประชุมจำเลย นอกนั้นยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1511 - 1515/2497 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ พลตรี สมบูรณ์ ศรานุชิต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - พลตรี สมบูรณ์ ศรานุชิต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - หลวงการุณย์นราทร · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1512-1515/2497ฎีกา 1153-1154/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา