⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1512-1515/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1512-1515/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ฟ้องที่บรรยายการกระทำความผิดโดยชัดแจ้งตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 158 แล้ว ไม่จำต้องระบุเจาะจงว่าจำเลยแต่ละคนกระทำสิ่งใด ที่ไหน หรือเมื่อใด * การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครอง * รัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินโดยสำเร็จเด็ดขาดและเป็นที่ยอมรับนับถือโดยทั่วไป ถือเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยกับพวกสะสมกำลังเครื่องศาสตราวุธ สมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถช่วยกันปกปิดความผิด ไม่นำความไปร้องเรียน และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ ทั้งได้บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำของจำเลยไว้โดยชัดแจ้งแล้วย่อมเป็นฟ้องที่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 158 โจทก์ไม่จำต้องกล่าวเจาะจงจำเลยเป็นคน ๆ ไปว่าผู้ใดกระทำอย่างใด ที่ไหน เวลาใดบ้าง รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นหลักแห่งการปกครองพระราชอาณาจักรแต่ละฉบับย่อมมีบทบัญญัติแตกต่างกันราชประเพณีการปกครองย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญนั้น การที่จำเลยนำเอารัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทยฉบับอื่นมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักร รัฐบาลที่ได้ตั้งขึ้นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นได้เข้าครอบครองและบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสำเร็จเด็ดขาดและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติตลอดมา เป็นที่ยอมรับนับถือกันทั่วไปว่าเป็นรัฐบาลอันสมบูรณ์มาช้านานจนบัดนี้ ย่อมถือว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.101 กฎหมายลักษณะอาญา ม.102 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๔ สำนวนนี้ โจท์ฟ้องหาว่าจำเลยกับพวกสมคบกันกระทำการขบถในราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๑๐๑,๑๐๒,๖๓ จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ และตัดฟ้องว่า+ของโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม และพิพากษาว่าจำเลย ๑๑ คนมีความผิดตามมาตรา ๑๐๑,๕๙ ประกอบกับมาตรา ๓๘(๒) ให้จำคุกคนละ ๙ ปี ส่วนจำเลยอีก ๑๖ คนให้ยกฟ้องปล่อยตัวไป โจทก์และจำเลยที่ต้องโทษอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกพลตรีสมบูรณ์ ร.อ.ล้วนและนายประชุมจำเลย คนละ ๙ ปี และยกฟ้อง ร.อ.เจริญจำเลย นอกนั้นยืนตาม โจทก์และจำเลยที่ต้องโทษฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่า (๑) ฟ้องของโจทก์หาว่าจำเลยกับพวกสะสมกำลังเครื่องศาสตราวุธ สมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถ ช่วยกันปกปิดความผิดโดยไม่นำความไปร้อยเรียน และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ ทั้งได้บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำของจำเลยไว้โดยชัดแจ้งแล้วฟ้องของโจทก์ย่อมเป็นฟ้องที่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ โจทก์ไม่ต้องกล่าวเจาะจงจำเลยเป็นคน ๆ ไปว่า ผู้ใดกระทำอย่างใด ที่ไหน เวลาใดบ้าง (๒) จำเลยกล่าวว่า การยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในขณะนั้น แล้วนำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.๒๔๗๕ มาใช้แทน ไม่นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักร ศาลฎีกาเห็นว่า รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นหลักแห่งการปกครองพระราชอาณาจักร แต่ละฉบับย่อมมีบทบัญญัติแตกต่างกัน ราชประเพณีการปกครองย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญนั้น การที่จำเลยนำเอารัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักร (๓) จำเลยเถียงว่า รัฐบาลที่โจทก์หาว่าจำเลยกับพวกจะล้มล้างทำลายเป็นรัฐบาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเป็นรัฐบาลที่ตั้งขึ้นจากรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่ารัฐบาลที่โจทก์หาว่าพวกจำเลยทำลายนั้นเป็นรัฐบาลที่ตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นคือรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๔๙๐ รัฐบาลที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ได้เข้าครอบครองและบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสำเร็จเด็ดขาดและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติไว้ได้และตลอดมาเป็นที่ยอมรับนับถือว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมายมาช้านานจนบัดนี้ ไม่มีเหตุอันใดทีจะไม่ถือว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมาย (๔) จำเลยเถียงว่า หากจะถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิด จำเลยก็ได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ที่นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๔๗๕ กลับมาใช้ใน พ.ศ.๒๔๙๔ ศาลฎีกาเห็นว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว หาใช่ใช้แก่จำเลยไม่ เพราะความจริงขณะเกิดเหตุ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๔๙๐ ยังใช้บังคับอยู่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพื่อให้มีการเลิกใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๔๙๐ หาใช่เลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๔๙๒ ไม่ การกระทำของจำเลยไม่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม พิพากษาแก้ในข้อเท็จจริง ให้ยกฟ้องปล่อยตัว ร.อ.ล้วนและนายประชุมจำเลยนอกนั้นยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1512 - 1515/2497 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลตรี สมบูรณ์ ศรานุชิต กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลตรี สมบูรณ์ ศรานุชิต กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - หลวงการุณย์นราทร · ศาลอุทธรณ์ - นายขวน สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา