⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 21848/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21848/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์แทนจำเลยโดยที่ใบแต่งทนายความระบุให้ดำเนินคดีเฉพาะในศาลชั้นต้นเท่านั้น เป็นเหตุให้ฟ้องอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลชั้นต้นควรสั่งให้จำเลยแก้ฟ้องอุทธรณ์ให้ถูกต้องก่อนที่จะยกฟ้องอุทธรณ์.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแต่งตั้ง บ. เป็นทนายความดำเนินคดีแทนจำเลยเฉพาะในศาลชั้นต้นเท่านั้น การที่ บ. ลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ ผู้เรียง และผู้พิมพ์เป็นเรื่องฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215 ถือเป็นฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นรับฟ้องอุทธรณ์ทั้งที่เป็นฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายแต่อยู่ในวิสัยที่จะสั่งให้จำเลยแก้ฟ้องอุทธรณ์ให้ถูกต้องได้ จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบที่จะเพิกถอนการรับฟ้องอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่หรือดำเนินการเสียเองให้จำเลยแก้ให้ถูกต้องก่อนก็ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ไม่ชอบที่จะด่วนพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่รับฟ้องอุทธรณ์และยกอุทธรณ์ของจำเลย อย่างไรก็ดีปรากฏว่าในชั้นฎีกาจำเลยยื่นใบแต่งทนายความแต่งตั้ง บ. ให้ใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาได้แล้ว จึงไม่จำต้องดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก จึงให้ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาพิพากษาใหม่ต่อไปตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 5, 7, 12, 50 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108, 108 ทวิ พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 120 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 กับริบรถแบ็กโฮของกลางและให้เจ้าท่าหรือองค์การบริหารส่วนตำบลม่วงยายสั่งให้จำเลยหยุดการกระทำตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 50 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานทำลาย ทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด ที่ทรายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 3 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่รับอุทธรณ์จำเลยและยกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า กรณีมีเหตุสมควรให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิจารณาพิพากษาคดีใหม่หรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า จำเลยแต่งตั้งนายบันดิษฐ์ เป็นทนายความดำเนินคดีแทนจำเลยเฉพาะในชั้นศาลชั้นต้นเท่านั้น การที่นายบันดิษฐ์ลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ ผู้เรียง และผู้พิมพ์เป็นไปโดยไม่มีอำนาจ ถือไม่ได้ว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์มาโดยไม่ชอบนั้น เป็นเรื่องฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215 ถือเป็นฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 บัญญัติว่า "ถ้าฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ศาลสั่งโจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้อง หรือยกฟ้องหรือไม่ประทับฟ้อง" อันเป็นการให้อำนาจแก่ศาลที่จะสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดนี้ให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 วรรคสอง บัญญัติให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์ว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ คดีนี้ศาลชั้นต้นรับฟ้องอุทธรณ์ทั้งที่เป็นฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นกรณีที่อยู่ในวิสัยที่จะสั่งให้จำเลยแก้ฟ้องอุทธรณ์ให้ถูกต้องได้ จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบที่จะเพิกถอนการรับฟ้องอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่หรือดำเนินการเสียเองให้จำเลยแก้ให้ถูกต้องก่อนก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ด่วนพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่รับฟ้องอุทธรณ์และยกฟ้องอุทธรณ์ของจำเลย จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงปรากฏในชั้นฎีกาว่า จำเลยยื่นใบแต่งทนายความแต่งตั้งนายบันดิษฐ์ให้ใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาได้แล้ว อันไม่จำต้องดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาพิพากษาคดีนี้ใหม่ต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21848/2555 พนักงานอัยการจังหวัดเทิง โจทก์ นายสมพงษ์ กันญาเดช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเทิง · จำเลย - นายสมพงษ์ กันญาเดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ · พันวะสา บัวทอง · วรพจน์ วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเทิง - นายเกรียงไกร วิกร · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสมนึก พานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำสว.(อ)47/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา