⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 647/2563

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2563

ป.อาญา ม.29, 30, 56 ฯลฯ · พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ม.4, 21, 40 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาที่ต้องระบุว่าผู้กระทำผิดได้กระทำความผิดเมื่อใด หากพ้นกำหนดเวลาตามอายุความแล้ว จะฟ้องคดีไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ได้รับทราบคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้รื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 จำเลยที่ 1 จึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ซึ่งครบกำหนดวันที่ 4 สิงหาคม 2555 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เมื่อนับถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 5 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 95 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.108 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.21 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.42 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.47 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.80

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 → ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.108 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 4, 21, 40, 42, 47 ทวิ, 66 ทวิ, 80 ให้จำเลยทั้งสาม คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารออกไปจากที่ดินที่บุกรุก และปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน นับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ถูกต้อง จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 (1), 108 ทวิ วรรคสอง วรรคสาม (ที่ถูก มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21, 40 (2) (3), 42, 66 ทวิ วรรคหนึ่ง วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ (ที่ถูก ฐานบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน) จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปีและปรับคนละ 10,000 บาท ฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 6 เดือน และปรับ 80,000 บาท กับปรับอีกวันละ 1,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 9 เดือน และปรับ 45,000 บาท กับปรับจำเลยที่ 1 อีกวันละ 1,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยทั้งสาม คนงาน คนรับจ้าง ผู้แทนและบริวารออกไปจากที่ดินที่บุกรุก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นรายวัน วันละ 600 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับวันละ 300 บาท นับแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 ไปจนกว่าจำเลยที่ 1 จะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ถูกต้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ความผิดฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคารขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้รับทราบคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้รื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 จำเลยที่ 1 จึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้เสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งครบกำหนดวันที่ 4 สิงหาคม 2555 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว เมื่อนับถึงวันที่ 30ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 5 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (4) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลงโทษจำคุกและปรับจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ในความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2563 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นาง ป. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นาง ป. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิพนธ์ พิชยพาณิชย์ · ธงชัย เสนามนตรี · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นางสาววิภา ฉันทพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายประดิษฐ์ จิตต์จำนงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำสว.(อ)54/2562

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 2936/2543ฎีกา 960/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา