⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5598/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5598/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปลอมและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยมีเจตนาทุจริต เป็นความผิดที่ร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจ จึงไม่สมควรรอการลงโทษ แต่หากจำเลยได้พยายามบรรเทาผลร้ายและชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายจนผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว ศาลอาจพิจารณาวางโทษให้เบาลงได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลอมบัตรเครดิตธนาคารแล้วใช้บัตรเครดิตดังกล่าวรูดกับเครื่องรูด บัตรเครดิตซึ่งธนาคารให้ไว้แก่จำเลยและปลอมเซลสลิปของบุคคลหลายคนเพื่อแสดงว่าผู้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตได้ซื้อหรือใช้บริการด้วยบัตรเครดิตดังกล่าว จำเลยกระทำอยู่หลายครั้งอย่างมีระบบเป็นลักษณะมืออาชีพพฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศจึงไม่สมควรรอการลงโทษให้จำเลยแต่ภายหลังกระทำผิดจำเลยรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้าย โดยชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายจนผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง จึงสมควรวางโทษให้เบาลง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 264, 265, 268, 341 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268, 341 เป็นความผิดหลายกรรมเรียงกระทงลงโทษฐานฉ้อโกงจำคุก 3 ปี ฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 7 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน พิเคราะห์รายงานสืบเสาะแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงและมีการนำบัตรเครดิตปลอมมาเรียกเก็บเงินถึง 83 ฉบับ เป็นเงิน627,755 บาท ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวมจึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง โจทก์จำเลยไม่ค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานนี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่าสมควรรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้ปลอมบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ใช้บัตรเครดิตดังกล่าวรูดกับเครื่องรูดบัตรเครดิตซึ่งธนาคารให้ไว้แก่จำเลยและปลอมเซลสลิปของบุคคลหลายคนแสดงว่าผู้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตได้ซื้อหรือใช้บริการด้วยบัตรเครดิตดังกล่าว จำเลยกระทำอยู่หลายครั้งอย่างมีระบบเป็นลักษณะมืออาชีพ พฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำเลยนั้นชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่ภายหลังกระทำผิดจำเลยรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้าย โดยชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย จนผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง สมควรวางโทษให้เบาลง" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 แต่การใช้เอกสารสิทธิปลอมเกิดจากการทำปลอมเอกสารสิทธิด้วยให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5598/2540 พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา โจทก์ นาย สิทธิ ชัย ขวัญ จันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา · จำเลย - นาย สิทธิ ชัย ขวัญ จันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล · สิงหะ สัตยธรรม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 180/2554ฎีกา 7074/2541ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6416/2541ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 1790/2521ฎีกา 7245/2554ฎีกา 5806/2534ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 2538/2528ฎีกา 6553/2547ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 45/2484ฎีกา 1465/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ