⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2581/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิดในการกระทำความผิด ถือเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดนั้น แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานเป็นตัวการ แต่หากพยานหลักฐานได้ความเพียงว่าเป็นผู้สนับสนุน ศาลสามารถลงโทษในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยที่ 2 เป็นมารดาของจำเลยที่ 1 แต่มิได้อาศัยในบ้านที่เกิดเหตุร่วมกับจำเลยที่ 1 วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ร้องตะโกนบอกให้จำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่บนบ้านชั้นสอง ทราบว่ามีตำรวจมาและร่วมกันปิดประตูบ้านบนชั้นสองเท่านั้น พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะ รับฟังว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย แต่การที่จำเลยที่ 2 ร้องตะโกนบอกให้จำเลยที่ 1 ทราบว่ามีตำรวจมาและร่วมกันปิดประตูบ้านบนชั้นสอง แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 บุตรชายของจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิด ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้จำเลยที่ 1 มีเมทแอมฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าว ศาลฎีกาก็พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ป.อ. มาตรา 83 และริบเมทแอมเฟตามีน ถุงพลาสติก และเทปพลาสติกสีดำของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง ป.อ. มาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 18 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปี คำรับสารภาพ ชั้นจับกุมของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน ถุงพลาสติกและเทปพลาสติกสีดำของกลาง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยทั้งสองและยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวน 950 เม็ด น้ำหนัก 84.560 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 26.290 กรัม เป็นของกลาง อีกทั้งคดียังฟังเป็นยุติตามคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 และคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่ง จำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์โต้เถียงว่า จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจริง ตามฟ้อง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า พยานผู้จับกุมทั้งสองเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง สอดคล้องต้องกัน อีกทั้งข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 ที่เบิกความรับว่า ขณะที่จำเลยที่ 2 นั่งล้างจานอยู่ ได้ยินเสียงคนมา เรียกข้างห้องน้ำหลังบ้าน จำเลยที่ 2 เข้าใจว่าเป็นเพื่อนของจำเลยที่ 1 มาเรียก จำเลยที่ 2 จึงไปยืนเรียกจำเลยที่ 1 ที่หน้าบันไดบ้านบอกให้เปิดประตูนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ขัดต่อเหตุผลอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะจำเลยทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน จึงไม่มีเหตุผลอย่างยิ่งที่ขณะที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นมารดากำลังล้างจานอยู่ที่ชั้นล่าง แต่จำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่บนบ้านจะต้อง ปิดประตูบ้าน ถึงขนาดต้องร้องเรียกให้เปิดประตู แต่ข้อนำสืบที่ขัดต่อเหตุผลของจำเลยที่ 2 เช่นนี้ กลับเป็นการเจือสมกับทางนำสืบของพยานโจทก์ให้เชื่อได้ว่า ในวันดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้ร้องบอกให้จำเลยที่ 1 ทราบว่ามีตำรวจมา และจำเลยทั้งสองได้ปิดประตูบ้านบนชั้นสองกับได้มีการโยนเมทแอมเฟตามีนของกลางลงจากหน้าต่างบนชั้นสองของบ้านจริง พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอที่จะรับฟังได้เพียงว่า ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 เพียงแต่ ร้องตะโกนบอกให้จำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่บนบ้านชั้นสองทราบว่ามีตำรวจมาและร่วมกันปิดประตูบ้านบนชั้นสองเท่านั้น ซึ่งเมื่อวินิจฉัยประกอบคำเบิกความของนายชาตรี พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านท้องที่เกิดเหตุที่เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 2 ถามค้านว่า จำเลยที่ 2 เป็นลูกบ้านของพยาน เมื่อสามีเก่าของจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 มีสามีใหม่และไปอยู่กับสามีใหม่ที่ตำบลทัพหลวงประมาณ 3 ปี ซึ่งเจือสมกับทางนำสืบของจำเลยที่ 2 ด้วย แสดงว่าจำเลยที่ 2 มิได้พักอาศัยอยู่กับจำเลยที่ 1 ในบ้านที่เกิดเหตุพยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 จริงตามฟ้อง แต่การที่จำเลยที่ 2 ร้องตะโกนบอกให้จำเลยที่ 1 ทราบว่ามีตำรวจมาและร่วมกับจำเลยที่ 1 ปิดประตูบ้านบนชั้นสอง ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 บุตรชายของจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิดดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น ผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 86 และแม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำความผิดเพียงฐานเป็นผู้สนับสนุน ศาลฎีกาก็พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นผู้สนับสนุนตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหก พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 จำคุก 12 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 7. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2548 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายปรีชา คงนาค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายปรีชา คงนาค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธานิศ เกศวพิทักษ์ · วิชัย วิวิตเสวี · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายวิเทพ ศิริพากย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอร่าม แย้มสอาด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 7217/2544ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3814/2549ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5632/2551ฎีกา 1315/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา