⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1268/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดผลร้ายหลายประการ แม้จะเกิดจากการกระทำกรรมเดียว แต่หากกฎหมายบัญญัติความผิดไว้หลายบทและมีโทษหนักเบาต่างกัน ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยสี่คนกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง มีอาวุธเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้กัน จนเป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตายสองคนและได้รับอันตรายสาหัสอีกคนหนึ่ง ผู้ตายคนหนึ่งถึงแก่ความตายเพราะถูกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยิงในการชุลมุนต่อสู้กันนั้นเช่นนี้ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทคือ จำเลยทุกคนผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294, 299, 83เฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 288 อีกบทหนึ่งซึ่งจะต้องลงโทษจำเลยสองคนนี้ตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ถูกต้องได้ (แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.294 ประมวลกฎหมายอาญา ม.299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ในคดีนี้กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องฝ่ายหนึ่ง กับนายช้อย พันธุรัตน์ นายชด พันธุรัตน์ กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีกฝ่ายหนึ่ง เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้กันเป็นเหตุให้นายช้อย พันธุรัตน์และนายชด พันธุรัตน์ ถูกยิงและถูกแทงถึงแก่ความตาย และนายสง่า อ่อมพยัพ ซึ่งมิได้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้นั้นด้วยถูกกระสุนปืนของผู้เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ถึงบาดเจ็บสาหัส และในการชุลมุนต่อสู้กันนี้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ กับพวก ได้ร่วมกันใช้ปืนยิงนายช้อย จำเลยที่ ๔ใช้มีดปลายแหลมแทงนายชดโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายช้อยและนายชดถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุนั้นเอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๒๘๘, ๘๓, ๙๐, ๙๑ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสี่ได้เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้จนเป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บสาหัส และฟังว่า จำเลยที่ ๑และที่ ๒ เป็นคนใช้ปืนยิงนายช้อยถึงแก่ความตายพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๒๘๘, ๘๓ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นบทหนัก ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๔ ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา และฐานร่วมชุลมุนในการต่อสู้เป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๔, ๒๙๙ กระทงหนึ่ง และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๓ อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา ๒๘๘, ๘๓ซึ่งเป็นกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกาต่อมาว่า ไม่ได้ใช้ปืนยิงนายช้อยผู้ตายโดยเจตนาฆ่าจำเลยจึงควรมีความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป เป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตายโดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้นเท่านั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยที่ ๑และที่ ๒ ได้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ตามฟ้อง จนเป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัส และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นคนยิงนายช้อยถึงแก่ความตายแต่เห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองนี้เป็นการกระทำต่างกรรมกันระหว่างความผิดฐานเข้าร่วมชุลมุน ในการต่อสู้เป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัส กับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานั้นศาลฎีกาเห็นว่า หาต่างกรรมกันไม่เพราะความผิดที่จำเลยทั้งสองก่อขึ้นในคดีนี้เกิดขึ้นจากการที่จำเลยทั้งสองเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป และในการเข้าร่วมชุลมุนนั้นเอง จำเลยทั้งสองได้เป็นผู้ฆ่านายช้อย กับยังมีนายชดถึงแก่ความตาย และนายสง่าได้รับอันตรายสาหัสด้วย การที่นายช้อยถูกจำเลยฆ่าตาย และนายชดถึงแก่ความตายกับนายสง่าได้รับอันตรายสาหัส จึงเกิดขึ้นเพราะมีการชุลมุนต่อสู้กันนั่นเองจะแยกเอาการที่จำเลยทั้งสองฆ่านายชดเป็นอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากการที่จำเลยทั้งสองเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้หาชอบไม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๒๘๘ และ ๘๓ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นบทหนัก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2515 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายสนม ธาราแสง ที่ 1 นายสนั่น อ่อมพยัพ ที่ 2 นายเสน่ห์ ธาราแสง ที่ 3 นายโอด เรืองพลับพลา ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · 2 - นายสนม ธาราแสง ที่ 1 นายสนั่น อ่อมพยัพ ที่ · จำเลย - นายเสน่ห์ ธาราแสง ที่ 3 นายโอด เรืองพลับพลา ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม เภกะสุต · จรัญ อิศระ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ · ศาลอุทธรณ์ - นายสงวน สิทธิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 551/2514ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา