⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6205/2541

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6205/2541

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งไม่เพียงพอ การกระทำความผิดในความผิดอื่นที่เกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิดก็ย่อมฟังไม่ได้เช่นกัน ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องในความผิดที่เกี่ยวพันกันได้ แม้จะห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงในคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ ใช้อาวุธมีดฟันและแทงผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ก็ย่อมฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานพาอาวุธไปในเมืองและทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ด้วย เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน แม้ความผิด ฐานนี้จะยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพราะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องในคดีความผิดฐานนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 ประกอบมาตรา 215 และ 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 288, 371 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 และ 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 18 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 90 บาท รวมจำคุก18 ปี ปรับ 90 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 12 ปี ปรับ 60 บาท เนื่องจากโทษปรับไม่ถึง 70 บาท กรณีไม่อาจนำมาตรา 30 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ แต่หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันพิพากษาให้ยึดทรัพย์สินจำเลยใช้ค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 วรรคแรก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้ยกฟ้องข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องนายสมชาย สุขไพบูลย์ ถูกคนร้ายใช้มีดปลายแหลมแทงทางด้านหลังทะลุช่องซี่โครงถูกปอดกลีบซ้ายส่วนล่างด้านหลังและถูกหัวใจเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ปรากฏตามรายงานการตรวจศพเอกสารท้ายฟ้องหมาย จ.5 คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นหรือไม่โจทก์มีนายมนตรี รักติกุล เป็นประจักษ์พยานเบิกความว่าพยานมีอาชีพขับรถยนต์สองแถวรับจ้าง ก่อนเกิดเหตุพยานจอดรถรอรับผู้โดยสารอยู่ที่บริเวณปากซอยเสนานิคม 2 โดยมีผู้ตายมาช่วยทำหน้าที่เก็บเงินค่าโดยสารให้ เมื่อเวลาประมาณ 23 นาฬิกาจำเลยซึ่งมีอาชีพเดียวกับพยานได้ขับรถมาจอดที่หน้ารถของพยานแล้วจำเลยลงมาจากรถของตนเดินไปหาผู้ตายซึ่งอยู่ด้านหลังรถของพยาน ผู้ตายกับจำเลยทะเลาะกันเกี่ยวกับเงินค่าคิวรถจากนั้นพยานเห็นจำเลยขับรถเข้าไปในซอยประมาณ 10 นาทีก็กลับออกมา โดยจำเลยขับรถกลับมาจอดที่เดิม จำเลยลงจากรถแล้วเดินไปหาผู้ตายซึ่งยังคงนั่งอยู่ตอนท้ายรถของพยานจำเลยเรียกผู้ตายให้ลงจากรถ เมื่อผู้ตายลงจากรถจำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมซึ่งจำเลยนำติดตัวมาแทงผู้ตายถูกบริเวณชายโครงผู้ตายจะต่อสู้แต่ถูกจำเลยใช้เท้าถีบจนผู้ตายล้มฟุบลง แล้วจำเลยได้ขับรถหลบหนีไป เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีนายมนตรีประจักษ์พยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาเป็นพยานเพียงปากเดียวทั้งตามคำเบิกความของประจักษ์พยานนี้ก็ขัดกับเหตุผลโดยนายมนตรีเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยเรียกผู้ตายลงมาจากรถแล้วจำเลยได้ใช้มีดที่ถือซ่อนมาด้านหลังแทงผู้ตายที่ชายโครงทันทีจากคำเบิกความดังกล่าวลักษณะบาดแผลที่ผู้ตายได้รับน่าจะอยู่บริเวณชายโครงด้านหน้าร่างกายเพราะเป็นการแทงขณะที่ผู้ตายเดินเข้ามาหาจำเลย แต่จากรายงานการตรวจศพผู้ตายเอกสารหมาย จ.5 และภาพถ่ายศพผู้ตายท้ายบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.6 กลับปรากฏว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกแทงทางด้านหลังและที่ศีรษะของผู้ตายยังมีบาดแผลฉีกขาดขอบเรียบมีเลือดคั่งในสมองด้วย ดังนั้นคำเบิกความของประจักษ์พยานปากนี้จึงต้องรับฟังด้วยความระมัดระวัง พฤติการณ์ของนายมนตรีหลังจากที่ผู้ตายถูกแทงแล้วก็มีพิรุธ เพราะนายมนตรี ซึ่งมีอาชีพขับรถยนต์รับจ้างอยู่บริเวณที่เกิดเหตุน่าจะรู้ว่าโรงพยาบาลใกล้กับที่เกิดเหตุตั้งอยู่ที่ใด ปรากฏตามคำเบิกความของจำเลยว่าโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุดคือโรงพยาบาลเมโย ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเสนานิคม ห่างจากปากซอยเพียง 20 เมตร เท่านั้น ซึ่งนายมนตรีน่าจะนำผู้ตายไปที่โรงพยาบาลดังกล่าวได้แต่ไม่นำไป กลับนำผู้ตายไปทิ้งไว้ข้างทางในซอยตันโดยอ้างว่ากลัวจำเลยจะกลับมาทำร้ายซึ่งไม่มีเหตุผล เพราะหากนายมนตรีกลัวจำเลยแล้วก็ควรจะต้องหลบหนีไปเสียตั้งแต่เมื่อผู้ตายถูกแทงแล้ว ไม่น่าจะกลับมาเกี่ยวข้องขับรถพาผู้ตายออกไปจากที่เกิดเหตุอีก แม้โจทก์จะมีคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมชาย รักติกุล เอกสารหมาย จ.7 ประจักษ์พยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะที่เกิดเหตุมาเป็นพยานหลักฐานแต่โจทก์ก็ไม่อาจนำนายสมชายมาเป็นพยานในชั้นพิจารณาของศาลได้ คำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.7 ของนายสมชายจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่าซึ่งมีน้ำหนักในการรับฟังน้อยเมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาพิสูจน์ความผิดของจำเลยอีกแล้ว ลำพังคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมก็ไม่อาจฟังลงโทษจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น และเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธมีดตามฟ้องฟันและแทงผู้ตายจนถึงแก่ความตายในคดีนี้แล้ว ก็ย่อมฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานพาอาวุธไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ด้วย เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกันแม้ความผิดฐานนี้จะยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพราะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานนี้ได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185ประกอบมาตรา 215 และ 225" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดฐานพาอาวุธไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6205/2541 พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด โจทก์ นาย เกษม ขาวสะอาดหรือขาวสอาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงาน อัยการ สูงสุด · จำเลย - นาย เกษม ขาวสะอาดหรือขาวสอาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · สันติ ทักราล · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 5806/2534ฎีกา 6344/2551ฎีกา 1618/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ