⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4519/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4519/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยในความผิดข้อหาหนึ่ง ไม่กระทบต่อการรับฟังพยานหลักฐานในข้อหาอื่น ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ต้องถูกริบให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ การที่ศาลชั้นต้นยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 1 เฉพาะความผิดข้อหานี้ไม่มีผลทำให้คำเบิกความของพยานโจทก์ในข้อหาอื่น ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังไปด้วย จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำกรรมเดียวคือการขายตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (เหตุเกิดวันที่ 11 สิงหาคม 2538) โจทก์มีคำขอให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางกับผ้าห่มและถุงย่ามของกลางที่ใช้บรรจุและซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนของกลาง แม้โจทก์จะอ้างบทมาตราตาม ป.อ. มาตรา 32 , 33 โดยมิได้อ้างมาตรา 116 แห่ง พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 แต่เมื่อศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 89 จึงต้องริบเมทแอมเฟตามีนของกลางกับผ้าห่มและถุงย่ามของกลางที่ใช้บรรจุและซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนของกลาง อันเป็นภาชนะหรือหีบห่อที่บรรจุเกี่ยวเนื่องกับความผิดในคดีให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำลายหรือจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรตามมาตรา 116 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาเพียงว่า ให้ริบเมทแอมเฟตามีน ผ้าห่ม และถุงย่ามของกลางเท่านั้น จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.89 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม.116

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 138, 289, 371 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 89 และริบของกลางทั้งหมด จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ป.อ. มาตรา 371, 83 เรียงกระทงลงโทษฐานร่วมกันขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 20 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน คำรับชั้นจับกุมของจำเลยทั้งสองในข้อหาขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษในข้อหานี้ให้หนึ่งในสี่ตาม ป.อ. มาตรา 78 จำคุกคนละ 15 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 3 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 3 เดือน รวมจำคุกคนละ 15 ปี 6 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีน ผ้าห่มและถุงย่ามของกลาง ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยตำรวจเอก ส. เจ้าพนักงานตำรวจตระเวนชายแดนกับพวก ร่วมกันจับกุมจำเลยทั้งสองจากบริเวณร้านอาหารซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ และยึดได้เมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 49,967 เม็ด คำนวณเป็นปริมาณสารบริสุทธิ์หนัก 1,043 กรัม เป็นของกลาง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองประการเดียวว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ พยานโจทก์ทั้งห้าปากนี้เบิกความเชื่อมโยงและสอดคล้องกันในข้อสาระสำคัญว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 11.10 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดต่อท้ายรถยนต์กระบะของสายลับ สักครู่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะตามเข้ามา แล้วจำเลยทั้งสองเข้าไปในห้องกระจกซึ่งสายลับนั่งรออยู่ นายดาบตำรวจ ว. ได้ยินเสียงจากเครื่องดักฟังว่า จำเลยที่ 1 กับสายลับตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีน 50,000 เม็ด และจะส่งมอบกันที่ร้านอาหารนั้น จำเลยที่ 1 ขอดูเงินก่อน สายลับกับจำเลยทั้งสองจึงเดินไปที่รถยนต์กระบะของสายลับ จำเลยที่ 1 กับสายลับเข้าไปดูเงินในรถแล้วจำเลยที่ 1 ลงจากรถไปพูดกับจำเลยที่ 2 ซึ่งยืนอยู่ท้ายรถ จากนั้นจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์กระบะออกไป เวลาประมาณ 11.45 นาฬิกา อ. ผู้ต้องหาที่ยังจับกุมไม่ได้ขับรถจักรยานยนต์มีผ้าห่มม้วนเป็นห่อวางอยู่ที่ช่องระหว่างเบาะกับบังโคลนหน้าเข้ามาจอดใกล้รถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 1 แล้วนำห่อผ้าห่มดังกล่าวไปวางที่กระบะรถของสายลับ โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งขับรถยนต์กระบะตามมาและได้จอดรถอยู่ที่ริมถนนโชตนาตรงข้ามร้านอาหาร เมื่อสายลับนำห่อผ้าห่มไปแกะดูในรถยนต์กระบะของสายลับและส่งสัญญาณให้จับกุมด้วยการนับห่อเมทแอมเฟตามีน ส. กับพวกจึงเข้าจับกุมจำเลยทั้งสอง และยึดเมทแอมเฟตามีนซึ่งอยู่ในห่อผ้าห่มเป็นของกลาง เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งห้าซึ่งกระจายกำลังซุ่มดูการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางเบิกความสอดคล้องเชื่อมโยงกันโดยตลอด แม้การเบิกความบางตอนจะแตกต่างกันบ้างก็เป็นเพียงพลความ มิใช่สาระสำคัญที่จะทำให้คำพยานโจทก์เหล่านั้นมีน้ำหนักน้อยลงถึงกับรับฟังไม่ได้ โดยเฉพาะพยานโจทก์ทั้งห้าต่างเป็นเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ไม่รู้จักจำเลยทั้งสองมาก่อน จึงไม่มีเหตุน่าระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยทั้งสองให้ต้องรับโทษตามคำพยานโจทก์ยืนยันว่า จำเลยทั้งสองเข้าไปหาสายลับในห้องกระจกด้วยกัน ขณะจำเลยที่ 1 ตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับสายลับจำเลยที่ 2 ก็นั่งอยู่ด้วย และขณะจำเลยที่ 1 เดินไปดูเงินในรถยนต์กระบะของสายลับจำเลยที่ 2 ก็เดินไปด้วย แม้ขณะ อ. นำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาส่งที่ร้านอาหาร จำเลยที่ 2 จะมิได้ขับรถยนต์กระบะตามเข้ามาในร้านอาหารด้วย แต่จำเลยที่ 2 ก็ได้จอดรถรออยู่ที่ริมถนนตรงข้ามร้านอาหารนั้นเอง เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยทั้งสองร่วมรู้เห็นในการขายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับ ในชั้นจับกุมจำเลยทั้งสองก็ให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย ตามบันทึกการตรวจค้นจับกุมเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งเจ้าพนักงานบันทึกไว้ในระยะเวลาใกล้ชิดกับที่จำเลยทั้งสองถูกจับกุม คำรับของจำเลยทั้งสองจึงมีน้ำหนักในการรับฟังประกอบพยานหลักฐานของโจทก์ การที่ศาลชั้นต้นยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 1 เฉพาะความผิดข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ไม่มีผลทำให้คำเบิกความของพยานโจทก์ในข้อหาอื่นไม่มีน้ำหนักให้รับฟังไปด้วย น้ำหนักพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองไม่สามารถรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำกรรมเดียวคือ การขายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์มีคำขอให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางกับผ้าห่มและถุงย่ามของกลางที่ใช้บรรจุและซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนของกลาง แม้โจทก์จะอ้างบทมาตราตาม ป.อ. มาตรา 32, 33 โดยมิได้อ้าง มาตรา 116 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 ด้วย แต่เมื่อศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 89 จึงต้องริบเมทแอมเฟตามีนของกลางกับผ้าห่มและถุงย่ามของกลาง ที่ใช้บรรจุและซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนของกลาง อันเป็นภาชนะหรือหีบห่อที่บรรจุเกี่ยวเนื่องกับความผิดในคดีให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อทำลายหรือจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 116 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาเพียงว่า ให้ริบเมทแอมเฟตามีน ผ้าห่มและถุงย่ามของกลางเท่านั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรให้แก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเมทแอมเฟตามีน ผ้าห่มและถุงย่ามของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 116 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4519/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝาง โจทก์ นายพิสน คู้จ้อย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝาง · จำเลย - นายพิสน คู้จ้อย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ · ปรีดี รุ่งวิสัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฝาง - นายราเชนทร์ วัชรพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชุติมนต์ โพธิเดช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 531/2510ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา